tiewgan.com

Think about Travel Think of Tiewgan.com

วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม เดิมชื่อวัดแหลม หรือ วัดไทรทอง ต่อมาได้รับพระราชทานนามจากพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4)ให้ใหม่ว่า วัดเบญจบพิตร ซึ่งหมายถึง วัดของเจ้านาย 5 พระองค์ ชื่อเต็มคือ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร เป็นวัดประจำพระราชวังดุสิต วัดเบญจมบพิตรฯ ตั้งอยู่ที่ถนนศรีอยุธยา บริเวณถนนพระรามที่ 5 แขวงดุสิต เขตดุสิต กทม. สามารถเข้าเยี่ยมชมได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 8.30 – 17.30 น.

วัดเบญจบพิตรดุสิตวนาราม
วัดเบญจบพิตรดุสิตวนาราม

การเดินทางไปวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม ด้วยรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT

รถไฟฟ้าใต้ดินสายสีน้ำเงิน MRT สถานีสามยอด
รถไฟฟ้าใต้ดินสายสีน้ำเงิน MRT สถานีสามยอด

เนื่องจากวัดเบญจมบพิตร ไม่ได้อยู่ในเส้นทางรถไฟฟ้า สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินที่อยู่บริเวณใกล้เคียงที่สุดคือ นั่งรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สายสีน้ำเงิน มาลงที่สถานีสามยอด เลือกออกทางออกประตู 1 จากนั้นต่อด้วยรถแท็กซี่ ค่าโดยสารประมาณ 60 บาท กรณีที่การจราจรปกติไม่หนาแน่น

กรณีที่ขับรถไปเองสามารถจอดรถได้ที่ลานจอดรถบริเวณหน้าวัดเบญจบพิตรดุสิตวนาราม

 รถไฟฟ้าใต้ดินสายสีน้ำเงิน MRT สถานีสามยอด เลือกออกทางออกที่ 1
รถไฟฟ้าใต้ดินสายสีน้ำเงิน MRT สถานีสามยอด เลือกออกทางออกที่ 1
วัดเบญจบพิตรดุสิตวนาราม
วัดเบญจบพิตรดุสิตวนาราม
วัดเบญจบพิตรดุสิตวนาราม
วัดเบญจบพิตรดุสิตวนาราม

ประวัติวัดเบญจบพิตรดุสิตวนาราม

วัดเบญจบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร WAT BENCHAMABOPHIT DUSIT WANARAM RATCHAWORAWIHAN เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรวิหาร เดิมเป็นวัดเก่าแก่เล็กๆ มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ชื่อว่า วัดแหลม เพราะตั้งอยู่ปลายแหลมของที่สวนติดกับทุ่งนา และมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า วัดไทรทอง เนื่องจากมีต้นไทรทองปรากฏอยู่ให้เห็น เมื่อปี พ.ศ. 2370 พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระพิพิธโภคภูเบนทร์ พระราชโอรสในรัชกาลที่2 ได้ทรงตั้งกองทัพรับกบฏเจ้าอนุวงศ์ที่วัดนี้ หลังจากเสร็จจากการปราบกบฎแล้ว ได้ทรงปฎิสังขรวัด พร้อมกับสร้างพระเจดีย์ไว้เป็นอนุสรณ์ 5องค์ เรียงรายอยู่หน้าวัด ต่อมารัชกาลที่4 ได้พระราชทานนามใหม่ว่า วัดเบญจมบพิตร

ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2442 รัชกาลที่ 5 ทรงสร้างสวนดุสิตและพระราชวังดุสิต กินเนื้อที่ของวัดทำให้วัดมีพื้นที่น้อยลง ประกอบกับวัดกำลังมีสภาพทรุดโทรม พระองค์จึงทรงสถาปนาวัดใหม่ พร้อมกับเปลี่ยนนามวัดเป็น วัดเบญจบพิตรดุสิตวนาราม หมายถึงวัดของพระเจ้าแผ่นดินรัชกาลที่ 5 ตั้งอยู่ใกล้สวนดุสิตอันเป็นพระราชฐาน พระอุโบสถทั้งหลัง สร้างด้วยหินอ่อน จากประเทศอิตาลี มีพระประธานเป็นพระพุทธชินราชจำลองมาจากองค์จริงที่จังหวัดพิษณุโลก

พระรูปจำลองรัชกาลที่ 5 ที่วัดเบญจบพิตรดุสิตวนาราม
พระรูปจำลองรัชกาลที่ 5 ที่วัดเบญจบพิตรดุสิตวนาราม
วัดเบญจบพิตรดุสิตวนาราม
วัดเบญจบพิตรดุสิตวนาราม
วัดเบญจบพิตรดุสิตวนาราม
วัดเบญจบพิตรดุสิตวนาราม

พระอุโบสถ เป็นอาคารทรงจตุรมุข มีมุขเด็จยื่นออกมาทั้งด้านหน้าและด้านหลัง หลังคาซ้อนกัน 5 ชั้น มุงกระเบื้องกาบูสีเหลืองเป็นกาบโค้ง

วัดเบญจบพิตรดุสิตวนาราม
วัดเบญจบพิตรดุสิตวนาราม
วัดเบญจบพิตรดุสิตวนาราม
วัดเบญจบพิตรดุสิตวนาราม
พระประธาน พระพุทธชินราชจำลองจากองค์จริง จังหวัดพิษณุโลก
พระประธาน พระพุทธชินราชจำลองจากองค์จริง จังหวัดพิษณุโลก
โพธิมณฑลพุทธาณุสรณ์ สัตตมหาสถาน เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
โพธิมณฑลพุทธาณุสรณ์ สัตตมหาสถาน เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่รัชกาลที่ 5 ทรงปลูก
ต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่รัชกาลที่ 5 ทรงปลูก

ปี พ.ศ.2434 สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพได้เสด็จไปราชการที่ประเทศอินเดีย และได้หน่อต้นพระศรีมหาโพธิ 3 ต้นจากพุทธคยา และได้ถวายต่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ต่อมาปี พ.ศ. 2442 ขณะที่ทรงสร้างวัดเบญจมบพิตร พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงนำ 1 ใน 3 ต้น มาปลูกไว้ที่สนามหญ้าด้านหลังพระอุโบสถ

หอระฆังบวรวงศ์ วัดเบญจบพิตรดุสิตวนาราม
หอระฆังบวรวงศ์ วัดเบญจบพิตรดุสิตวนาราม

หอระฆังบวรวงศ์ เป็นหอระฆังทรงไทย หลังคาลดชั้น มุงกระเบื้องเคลือบสี ผนังด้านนอกประกอบด้วยหินอ่อน สร้างด้วยทุนทรัพย์และวัสดุก่อสร้าง ของผู้ที่เกี่ยวเนื่องกับพระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า) และโปรดเกล้าฯ ให้นำระฆังจากวัดบวรสถานสุทธาวาส (วัดพระแก้ววังหน้า) ซึ่งเป็นวัดประจำพระราชวังบวรสถานมงคล จึงทรงตั้งชื่อหอระฆังนี้ว่า หอระฆังบวรวงศ์

พระที่นั่งทรงผนวช
พระที่นั่งทรงผนวช

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้รื้อพระที่นั่งทรงผนวชองค์เดิม จากพุทธรัตนสถาน ที่สวนศิวาลัย ภายในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งพระองค์เคยประทับในคราวทรงผนวช เมื่อ พ.ศ.2416 มาปลูกสำหรับเป็นกุฏิเจ้าอาวาสวัดเบญจบพิตรดุสิตวนาราม ลักษณะเป็นหมู่กุฏิประกอบด้วย พระที่นั่งทรงผนวช อยู่ด้านทิศเหนือ พระกุฏิ อยู่ด้านทิศใต้ กับกุฏิ 2 ห้อง 2 หลัง อยู่ด้านตะวันออก และตะวันตก มีหอเสวยกลาง มีลานหินอ่อนโดยรอบ ภายในพระที่นั่งทรงผนวช มีพระแท่นบรรทม พระบรมรูป เมื่อครั้งทรงผนวช พระบรมรูปสลักหินอ่อน พระพุทธรูป พระเสลี่ยงน้อย ที่ผนังเขียนภาพจิตรกรรมเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ พระราชประวัติ พระราชจริยาวัตร ขนบธรรมเนียมประเพณีในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จำนวน 20 ภาพ

พระที่นั่งทรงผนวช
พระที่นั่งทรงผนวช
พระที่นั่งทรงธรรม
พระที่นั่งทรงธรรม
ศาลาบัณณรศภาค สร้างเมื่อปีรัตนโกสินทร์ศก 119
ศาลาบัณณรศภาค สร้างเมื่อปีรัตนโกสินทร์ศก 119
สะพานพระรูป
สะพานพระรูป
สะพานพระรูป
สะพานพระรูป
ศาลาหม่อมเฉื่อย
ศาลาหม่อมเฉื่อย

RELATED ARTICLES

ไหว้พระ 9 วัด วัดเก่าแก่สำคัญที่ต้องไปเมื่อไปเที่ยวเมืองน่าน

จังหวัดน่าน เป็นจังหวัดเล็กๆ ที่อยู่ทางภาคเหนือของประเทศไทย ซึ่งเป็นอีกจังหวัดนึงในภาคเหนือที่มีกระแสการท่องเที่ยวยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติในตอนนี้ จังหวัดน่านมีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ มีเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมความเป็นล้านนา มีความเป็นอยู่เรียบง่าย ผู้คนพื้นที่ใจดีมีความเป็นมิตร รวมทั้งมีภูมิทัศน์ธรรมชาติที่สวยงาม ล้อมรอบด้วยภูเขา และทุ่งนาเขียวขจี จังหวัดน่านแบ่งเขตการปกครองเป็น 15 อำเภอ ได้แก่ 1. อำเภอเมืองน่าน 2. อำเภอแม่จริม 3. อำเภอบ้านหลวง 4. อำเภอนาน้อย 5. อำเภอปัว 6. อำเภอท่าวังผา อำเภอเวียงสา 8. อำเภอทุ่งช้าง 9. อำเภอเชียงกลาง 10. อำเภอนาหมื่น 11. อำเภอสันติสุข 12. อำเภอบ่อเกลือ 13. อำเภอสองแคว 14. อำเภอภูเพียง 15. อำเภอเฉลิมพระเกียรติ มีคำขวัญประจำจังหวัดคือ…

พระประจำวันเกิดของคนเกิดทั้ง 7 วัน พร้อมคาถาสวดบูชา

การสวดบูชาพระประจำวันเกิด เชื่อว่าจะทำให้ชีวิตมีความรุ่งเรือง มีความเป็นสิริมงคล ช่วยป้องกันขจัดปัดเป่าเรื่องร้าย ๆ ให้กลายเป็นดีได้ พระประจำวันเกิดทั้ง 7 วัน ได้แก่ พระประจำวันอาทิตย์ พระปางถวายเนตร มีกำลัง 6 ความเป็นมา เมื่อครั้งพระบรมศาสดาได้ตรัสรู้พระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณแล้วก็ได้ประทับเสวยวิมุตติสุข (สุขอันเกิดจากความสงบ) อยู่ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ เป็นระยะเวลา 7 วัน จากนั้นได้เสด็จไปประทับยืน ณ ที่กลางแจ้งทางทิศอีสานของต้นพระศรีมหาโพธิ์ ทอดพระเนตรต้นพระศรีมหาโพธิ์โดยไม่กระพริบพระเนตรเลยระยะเวลา 7 วัน ซึ่งสถานที่ประทับยืนนี้ได้มีนามปรากฏว่า “อนิมิสเจดีย์” มาจนปัจจุบัน เป็นเหตุแห่งการสร้างพระพุทธรูปปางนี้เรียกว่า ปางถวายเนตร บทสวดมนต์บูชาพระประจำวันเกิด สำหรับคนเกิดวันอาทิตย์ ปางถวายเนตร สวดวันละ 6 จบ อุเทตะยัญจักขุมา เอกะราชา หะริสสะวัณโณ ปะฐะวิปปะภาโสตัง ตัง นะมัสสามิ หะริสสะวัณณัง…

ท้าวเวสสุวรรณ วัดบ่อทรัพย์ จังหวัดสงขลา มีอายุเก่าแก่เกือบร้อยปี

ท้าวเวสสุวรรณเป็นเทพแห่งความมั่งคั่งร่ำรวย เป็นเทพอสูรที่มีอำนาจปกปักรักษา เป็นจ้าวแห่งภูติผีปีศาจ มีอำนาจปกป้องจากสิ่งชั่วร้าย เป็นหนึ่งในท้าวจตุโลกบาล เป็นเทพเจ้าแห่งยักษ์และหนึ่งในจาตุมหาราช ผู้คุ้มครองและดูแลโลกมนุษย์ สถิตอยู่บนสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา เป็นเทพที่ปกครองดูแลอยู่ทางด้านทิศเหนือ องค์ท้าวเวสสุวรรณ ที่จังหวัดสงขลา ตั้งอยู่ที่วัดบ่อทรัพย์ หมู่ที่ 2 ต.หัวเขา อ.สิงหนคร จ.สงขลา วัดบ่อทรัพย์เป็นวัดที่เก่าแก่แห่งหนึ่งของจังหวัดสงขลา สร้างขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2360 สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น จากรูปแบบสถาปัตยกรรมสามารถสันนิษฐานได้ว่าวัดแห่งนี้นั้นน่าจะเป็นวัดสำคัญอีกแห่งหนึ่งในสมัยที่เมืองสงขลาตั้งเมืองอยู่บริเวณฝั่งแหลมสน หรือฝั่งอำเภอสิงหนคร โดยตามตำนานกล่าวกันว่า ที่บ่อทรัพ์แห่งนี้นั้น มีทรัพย์สินอยู่จึงได้เรียกว่า บ่อทรัพย์ หรืออีกอย่างหนึ่งคือ บ่อน้ำแห่งนี้นั้นน้ำไม่เคยเหือดแห้ง มีน้ำกินน้ำใช้ตลอดทั้งปี จึงเรียกว่าบ่อซับ ซึ่งมาจากซับน้ำ และเรียกเพี้ยนกันไปจนกลายเป็น บ่อทรัพย์ บ่อทรัพย์มีลักษณะเป็นบ่อขนาดใหญ่เป็นบ่อลักษณะเป็นวงกลมตั้งอยู่ข้างหน้าวัด มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 7 เมตร “บ่อซับ” เป็นบ่อน้ำที่ซึมซับน้ำที่ลงมาจากภูเขาอันเป็นที่มาของชื่อ “วัดบ่อทรัพย์”น้ำในบ่อมีลักษณะใสสะอาด มีสีมรกต ในอดีตมีความเชื่อกันว่าน้ำจากบ่อซับนั้น เป็นที่เลื่องลือในการรักษาโรค…

เที่ยวหมู่เกาะสิมิลันกับ SeaStar 1 วันไปเช้าเย็นกลับ ออกเดินทางจากภูเก็ต

หมู่เกาะสิมิลัน เป็นหมู่เกาะที่อยู่ในทะเลฝั่งอันดามัน ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ตั้งอยู่ที่ จ.พังงา สามารถไปขึ้นเรือเพื่อไปท่องเที่ยวที่หมู่เกาะสิมิลันได้ที่ท่าเรือทับละมุ จ.พังงา ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเดินทางไปท่องเที่ยวทะเลฝั่งอันดามัน จะเริ่มตั้งแต่เดือน ธันวาคม ถึงเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นช่วงที่ฝั่งทะเลอันดามันมีความสวยงาม อากาศดี ท้องฟ้าแจ่มใส ไม่มีฝน การเดินทางท่องเที่ยวไปหมู่เกาะสิมิลันสามารถเดินทางได้จาก จ.พังงา จ.ภูเก็ต และ จ.กระบี่ การเดินทางมาเที่ยวหมู่เกาะสิมิลัน ครั้งนี้มาเที่ยวในวันหยุดเสาร์อาทิตย์ และจะพักในเมืองเก่าภูเก็ต เป็นการมาเที่ยว 2 วัน 1 คืน ในช่วงต้นเดือนมีนาคม เริ่มต้นออกเดินทางในเช้าวันเสาร์ เดินทางจากสนามบินดอนเมือง กรุงเทพฯ โดยสายการบินแอร์เอเชีย สู่สนามบินนานาชาติภูเก็ต เที่ยวบินไฟล์ทเช้า มาถึงสนามบินภูเก็ตในช่วงเวลาประมาณ 9.30 น. การเดินทางมาภูเก็ตครั้งนี้เราเลือกนั่งเก้าอี้ริมหน้าต่างแถว F ซึ่งได้เห็นวิวหมู่เกาะพังงาแบบ 360 องศา ส่วนไฟล์ทกลับวันอาทิตย์เลือกไว้เที่ยวบินสุดท้ายคือ 21.40…

Leave a Reply

google.com, pub-2053835749703173, DIRECT, f08c47fec0942fa0