tiewgan.com

Think about Travel Think of Tiewgan.com

พันท้ายนรสิงห์ เป็นนายท้ายเรือในรัชสมัยพระเจ้าเสือ หรือสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 พระมหากษัตริย์พระองค์ที่ 2 แห่งราชวงศ์บ้านพลูหลวง ตอนปลายอาณาจักรอยุธยา พันท้ายนรสิงห์ มีชื่อเดิมว่า “สิน” เป็นชาวบ้านนรสิงห์ แขวงเมืองวิเศษชัยชาญ (ปัจจุบันคือ อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง) มีภรรยาชื่อ “นวล” หรือ “ศรีนวล” ได้รู้จักกับพระเจ้าเสือด้วยการแข่งขันชกมวยไทยกัน มื่อครั้งที่พระองค์แปลงองค์มาเป็นชาวบ้านธรรมดาและทรงโปรดในอุปนิสัยใจคอของนายสิน และต่อมานายสินได้เข้ามารับราชการเป็นนายท้ายเรือพระที่นั่งของพระเจ้าเสือ และมีบรรดาศักดิ์เป็น “พัน”

รูปปั้นจำลองพันท้ายนรสิงห์ ที่ศาลพันท้ายนรสิงห์
รูปปั้นจำลองพันท้ายนรสิงห์ ที่ศาลพันท้ายนรสิงห์
เรือนไทยจำลองที่ประทับพระเจ้าเสือ
เรือนไทยจำลองที่ประทับพระเจ้าเสือ

เมื่อครั้งที่สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 หรือสมเด็จพระเจ้าเสือ เสด็จประพาสปากน้ำสาครบุรี (ปัจจุบันคือจังหวัดสมุทรสาคร) เพื่อทรงเบ็ดตกปลาตะเพียน ด้วยเรือพระที่นั่งเอกไชย และมีพันท้ายนรสิงห์เป็นนายท้าย ตามหลักฐานชุมนุมพระนิพนธ์ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงบันทึกไว้ว่า พันท้ายนรสิงห์เป็นชาวบ้านนรสิงห์ แขวงเมืองอ่างทอง และเป็นที่โปรดปรานของพระเจ้าเสือ จนทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รับราชการรับใช้พระองค์อย่างใกล้ชิด

เรือโบราณ
เรือโบราณ

เรือโบราณ เรือขุดโบราณสร้างจากไม้ตะเคียนขนาดใหญ่ มีความยาว 19.47 เมตร กว้าง 2.09 เมตร สูง 1 เมตร และกาบเรือหนา 7.5 ซ.ม. คาดว่ามีอายุกว่า 300 ปี ขุดพบที่หมู่ 6 ต.พันท้ายนรสิงห์ ในที่ดินของนายไล้ นางสมจิตร แตงถมยา ซึ่งเจ้าของเรือได้นำมาบริจาคไว้ที่ศาลพันท้ายนรสิงห์ ชาวบ้านแถวนี้เชื่อว่าเรือลำนี้อาจเป็นเรือในขบวนเสด็จหรืออาจเป็นเรือลำเลียงทหารในอดีต

เรือพระที่นั่งจำลอง
เรือพระที่นั่งจำลอง

การเสด็จประพาสปากน้ำสาครบุรีครั้งนี้ เมื่อเรือพระที่นั่งไปถึงตำบลโคกขาม คลองในบริเวณดังกล่าวมีความคดเคี้ยวมาก พันท้ายนรสิงห์ได้พยายามคัดท้ายเรือพระที่นั่งอย่างระมัดระวัง แต่ก็ไม่อาจหลบเลี่ยงอุบัติเหตุได้ หัวเรือพระที่นั่งได้ชนกิ่งไม้ใหญ่หักตกลงไปในน้ำ พันท้ายนรสิงห์รู้โทษดีว่าความผิดในครั้งนี้มีโทษถึงประหารชีวิตตามโบราณราชประเพณี ซึ่งกำหนดว่า “ถ้าผู้ใดถือท้ายเรือพระที่นั่งให้หัวเรือพระที่นั่งหัก ผู้นั้นมีมรณะโทษให้ตัดศีรษะเสีย” พันท้ายนรสิงห์จึงได้กราบทูลพระกรุณาน้อมรับโทษตามพระราชประเพณีแก่พระเจ้าเสือ เมื่อพระเจ้าเสือทรงพิจารณาเห็นว่าอุบัติเหตุครั้งนี้เป็นการสุดวิสัย มิใช่ด้วยความประมาทแต่อย่างใด พระองค์จึงพระราชทานพระอภัยโทษให้ แต่พันท้ายนรสิงห์กราบบังคมยืนยันขอให้ตัดศีรษะตนเสีย เพื่อรักษาขนบธรรมเนียมพระราชกำหนดกฎหมาย เพื่อป้องกันมิให้ผู้ใดครหาติเตียนแก่พระเจ้าอยู่หัว ที่จะทรงละเลยพระราชกำหนดของแผ่นดินและเพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างสืบไป

หลักประหารท่านพันท้ายนรสิงห์
หลักประหารท่านพันท้ายนรสิงห์

พระเจ้าเสือทรงโปรดให้เหล่าฝีพายช่วยกันปั้นดินเสมือนเป็นพันท้ายนรสิงห์แล้วให้ตัดศีรษะรูปดินนั้นเป็นการทดแทนกัน แต่พันท้ายนรสิงห์ก็ยังบังคมกราบทูลยืนยันขอให้ประหารตน แม้สมเด็จพระเจ้าเสือ จะทรงอาลัยรักน้ำใจพันท้ายนรสิงห์เพียงใด ก็ทรงจำพระทัยปฏิบัติตามคำขอของพันท้ายนรสิงห์ จึงมีพระราชกำหนดดำรัส สั่งให้เพชรฆาตประหารพันท้ายนรสิงห์ และโปรดให้ตั้งศาลขึ้นสูงเพียงตานำศีรษะพันท้ายนรสิงห์ กับหัวเรือพระที่นั่งเอกไชย ซึ่งหักนั้นขึ้นพลีกรรมไว้ด้วยกันบนศาลนั้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แสดงถึงความซื่อสัตย์จงรักภักดี และการรักษาระเบียบวินัยยิ่งชีวิต ภายหลังเหตุการณ์นั้นสมเด็จพระเจ้าเสือ ทรงโปรดให้นำศพพันท้ายนรสิงห์มาแต่งกายพระราชทานเพลิงศพอย่างสมเกียรติ

ศาลเพียงตา
ศาลเพียงตา
ศาลเพียงตา
ศาลเพียงตา

ตำนานของพันท้ายนรสิงห์นั้น ได้สร้างความศรัทธา และความนับถือ ในด้านความซื่อสัตย์และจงรักภักดี จึงควรนำความดี ความซื่อสัตย์ ของท่านพันท้ายนรสิงห์มาเป็นหลักยึดเหนี่ยวและถือปฏิบัติตน เพื่อให้มีความสงบร่มเย็นของบ้านเมือง

ปัจจุบันมีสถานที่รำลึกหรือเกี่ยวเนื่องกับพันท้ายนรสิงห์หลายแห่ง แต่ศาลพันท้ายนรสิงห์แห่งแรก ตั้งอยู่ที่บริเวณปากคลองโคกขาม ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร เชื่อว่าเป็นศาลพันท้ายนรสิงห์ที่เก่าแก่ที่สุด และเป็นจุดที่เชื่อว่าพันท้ายนรสิงห์ถูกประหารชีวิต

ศาลพันท้ายนรสิงห์
ศาลพันท้ายนรสิงห์

เวลาเปิด-ปิด ศาลนท้ายนรสิงห์ ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร

วันจันทร์ ถึง ศุกร์ 08.00 – 17.00 น.

วันเสาร์ อาทิตย์ และวันนักขัตฤกษ์ 08.00 – 18.00 น.

ศาลพันท้ายนรสิงห์
ศาลพันท้ายนรสิงห์

คาถาบูชาพ่อพันท้ายนรสิงห์

ตั้งนะโม 3 จบ

พ่อพันท้ายนรสิงห์เทวา สิทธิประสิทธิ เม มหาลาโภ ทุติยัมปิ

พ่อพันท้ายนรสิงห์เทวา สิทธิประสิทธิ เม มหาลาโภ ตะติยัมปิ

พ่อพันท้ายนรสิงห์เทวา สิทธิประสิทธิ เม มหาลาโภ

RELATED ARTICLES

เที่ยววัดโบราณไทลื้อ อำเภอปัว จังหวัดน่าน ณ วัดร้องแง

วัดร้องแง เป็นอีกวัดหนึ่งในอำเภอปัวที่มีศิลปะ และมีเอกลักษณ์ของชุมชนอำเภอปัวที่บ่งชี้ว่าสืบเชื้อสายจากชาวไทลื้อ วัดร้องแง ตั้งอยู่ที่บ้านร้องแง หมู่ที่ 7 ตำบลวรนคร อำเภอปัว จังหวัดน่าน วัดร้องแงเป็นวัดที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน สันนิษฐานว่าสร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2310 คำว่า ร้องแง นั้นมาจากคำว่า ฮ่อง ซึ่งเป็นภาษาไทลื้อ แปลว่าร่องน้ำ และคำว่า แง เป็นชื่อของต้นไม้ชนิดหนึ่ง ซึ่งสมัยก่อนมีต้นไม้ชนิดนี้ขึ้นอยู่ตามลำน้ำที่บ้านร้องแงอยู่เป็นจำนวนมาก ชาวบ้านจึงได้ตั้งชื่อหมู่บ้านตามชื่อลำน้ำ และต่อมาได้เรียกเพี้ยนกันไปเป็น บ้านร้องแง ประวัติบ้านร้องแง เดิมหมู่บ้านร้องแงอยู่ในเขตปกครองของแคว้นสิบสองปันนา ซึ่งมีพญาแสนเมืองแก้ว เป็นผู้ปกครอง ต่อมาได้เกิดศัตรูบุกรุกมาทำสงคราม พญาแสนเมืองแก้วต้านทานทัพศัตรูไม่ไหว เจ้าหลวงเทพญาริน เจ้าช้างเผือกงาเขียวจึงได้ยกทัพมาช่วยต้านทานทัพศัตรู พร้อมด้วยแม่ทัพนายกอง 4 นาย คือท้าวแก้วปันเมือง ท้าววรรณะ ท้าวเหล็กไฟ และท้าวเต๋อ แต่ก็สู้ไม่ไหวจึงแตกทัพ รวบรวมไพล่พลหนีมาพร้อมกับเสนาทั้ง 4 นายถอยร่นลงมาจนถึงบริเวณลำน้ำฮ่องแง…

3 วัน 2 คืน เที่ยวกัวลาลัมเปอร์ Kuala Lumpur Malaysia ที่ไหนได้บ้าง

ซาลามัต ดาตัง(Salamat Datang) คำกล่าวสวัสดีของคนมาเลเซีย ทริปการเดินทางครั้งนี้เป้าหมายการท่องเที่ยวคือเมืองหลวงของประเทศมาเลเซีย ซึ่งก็คือ กรุงกัวลาลัมเปอร์ (Kuala Lumpur) นั่นเอง มาเลเซียเป็นอีกหนึ่งประเทศเพื่อนบ้านของไทย ซึ่งมีพรหมแดนติดเขตชายแดนทางด้านภาคใต้ของประเทศไทย ซึ่งได้แก่จังหวัดสงขลา นราธิวาส ยะลา และจังหวัดสตูล จุดผ่านแดนบริเวณชายแดนไทย- มาเลเซีย จุดผ่านแดนถาวร9 แห่ง คือ 1.ด่านสะเดา อ.สะเดา จ.สงขลา ไทย ติดกับ ด่านบูกิตกายฮูิตัม รัฐเคดาห์ มาเลเซีย 2.ด่านปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา ไทย ติดกับ ด่านปาดังเบซาร์ รัฐเปอร์ลิส มาเลเซีย 3.ด่านบ้านประกอบ อ.นาทวี จ.สงขลา ไทย ติดกับ ด่านบ้านดูเรียนบูรง อ.ปาดังเตอรับ รัฐเกดะห์…

เที่ยวน่าน ดูกระซิบรักที่วัดภูมินทร์

เที่ยวเมืองน่าน ไม่มาวัดภูมินทร์ก็เหมือนมาไม่ถึงเมืองน่าน ที่วัดภูมินทร์แห่งนี้เรียกได้ว่าเป็นที่ก่อเกิดสัญลักษณ์ของจังหวัดน่านเลยก็ว่าได้ เพราะมีภาพจิตรกรรมฝาผนังอันเลื่องชื่อ ที่ใครมาถึงน่านหรือเอ่ยถึงจังหวัดน่านแล้วต้องนึกถึง นั่นก็คือ ภาพกระซิบรักของ “ปู่ม่าน ย่าม่าน” ซึ่งเป็นคำเรียกผู้ชายผู้หญิงชาวไทลื้อในสมัยโบราณ จังหวัดน่านเป็นจังหวัดที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานอีกจังหวัดหนึ่งของประเทศไทย ในตัวเมืองน่านมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ รวมถึงวัดวาอารามมากมายหลายวัดที่มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานและเก่าแก่ วัดภูมินทร์เป็นวัดที่มีความสำคัญและวัดที่มีชื่อเสียงของเมืองน่านเป็นวัดที่มีสถาปัตยกรรมที่สวยงามแบบล้านนา แต่เดิมวัดแห่งนี้มีชื่อว่า วัดพรหมมินทร์ สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2139 โดยพระเจ้าเจตบุตรพรหมมินทร์ เจ้าผู้ครองนครน่าน และชื่อได้เรียกเพี้ยนกันมาในภายหลังว่า วัดภูมินทร์ วัดตั้งอยู่ที่ ตำบลในเวียง อำเภอเมือง จังหวัดน่าน ตั้งอยู่ในบริเวณใกล้กับวัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน ที่วัดภูมินทร์มีลักษณะโดดเด่นกว่าวัดอื่นๆ ตรงที่เป็นวัดทรงจตุรมุขที่เป็นทั้งพระอุโบสถ พระวิหาร และพระเจดีย์ประธานในอาคารเดียวกัน มีพระประธานเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย 4 องค์นั่งอยู่ด้วยกันหันหน้าไปยัง 4 ทิศ เป็นแบบจตุรพักตร์ หรือเรียกว่าพระจตุรทิศ กล่าวกันว่า หากใครจะไปกราบขอพรพระจตุรทิศ ให้พยายามสังเกตหน้าองค์พระหนึ่งในทั้งสี่ทิศ ซึ่งจะมีอยู่เพียงทิศเดียวเท่านั้น ที่หน้าองค์พระประธานจะมีลักษณะยิ้มแย้มมากกว่าทั้ง…

ไหว้พระ 9 วัด วัดเก่าแก่สำคัญที่ต้องไปเมื่อไปเที่ยวเมืองน่าน

จังหวัดน่าน เป็นจังหวัดเล็กๆ ที่อยู่ทางภาคเหนือของประเทศไทย ซึ่งเป็นอีกจังหวัดนึงในภาคเหนือที่มีกระแสการท่องเที่ยวยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติในตอนนี้ จังหวัดน่านมีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ มีเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมความเป็นล้านนา มีความเป็นอยู่เรียบง่าย ผู้คนพื้นที่ใจดีมีความเป็นมิตร รวมทั้งมีภูมิทัศน์ธรรมชาติที่สวยงาม ล้อมรอบด้วยภูเขา และทุ่งนาเขียวขจี จังหวัดน่านแบ่งเขตการปกครองเป็น 15 อำเภอ ได้แก่ 1. อำเภอเมืองน่าน 2. อำเภอแม่จริม 3. อำเภอบ้านหลวง 4. อำเภอนาน้อย 5. อำเภอปัว 6. อำเภอท่าวังผา อำเภอเวียงสา 8. อำเภอทุ่งช้าง 9. อำเภอเชียงกลาง 10. อำเภอนาหมื่น 11. อำเภอสันติสุข 12. อำเภอบ่อเกลือ 13. อำเภอสองแคว 14. อำเภอภูเพียง 15. อำเภอเฉลิมพระเกียรติ มีคำขวัญประจำจังหวัดคือ…

Leave a Reply

google.com, pub-2053835749703173, DIRECT, f08c47fec0942fa0