tiewgan.com

Think about Travel Think of Tiewgan.com

การสวดบูชาพระประจำวันเกิด เชื่อว่าจะทำให้ชีวิตมีความรุ่งเรือง มีความเป็นสิริมงคล ช่วยป้องกันขจัดปัดเป่าเรื่องร้าย ๆ ให้กลายเป็นดีได้

พระประจำวันเกิดทั้ง 7 วัน ได้แก่

พระประจำวันอาทิตย์ พระปางถวายเนตร มีกำลัง 6

พระประจำวันเกิด สำหรับคนเกิดวันอาทิตย์ พระปางถวายเนตร
พระประจำวันเกิด สำหรับคนเกิดวันอาทิตย์ พระปางถวายเนตร

ความเป็นมา เมื่อครั้งพระบรมศาสดาได้ตรัสรู้พระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณแล้วก็ได้ประทับเสวยวิมุตติสุข (สุขอันเกิดจากความสงบ) อยู่ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ เป็นระยะเวลา 7 วัน จากนั้นได้เสด็จไปประทับยืน ณ ที่กลางแจ้งทางทิศอีสานของต้นพระศรีมหาโพธิ์ ทอดพระเนตรต้นพระศรีมหาโพธิ์โดยไม่กระพริบพระเนตรเลยระยะเวลา 7 วัน ซึ่งสถานที่ประทับยืนนี้ได้มีนามปรากฏว่า “อนิมิสเจดีย์” มาจนปัจจุบัน เป็นเหตุแห่งการสร้างพระพุทธรูปปางนี้เรียกว่า ปางถวายเนตร

บทสวดมนต์บูชาพระประจำวันเกิด สำหรับคนเกิดวันอาทิตย์ ปางถวายเนตร สวดวันละ 6 จบ

อุเทตะยัญจักขุมา เอกะราชา หะริสสะวัณโณ ปะฐะวิปปะภาโส
ตัง ตัง นะมัสสามิ หะริสสะวัณณัง ปะฐะวิปปะภาสัง ตะยัชชะ
คุตตา วิหะเรมุ ทิวะสัง เย พ๎ราห๎มะณา เวทะคุ สัพพะธัมเม เต เม
นะโม เต จะ มัง ปาละยันตุ นะมัตถุ พุทธานัง นะมัตถุ โพธิยา
นะโม วิมุตตานัง นะโม วิมุตติยา อิมัง โส ปะริตตัง กัต๎วา โมโร จะระติ เอสะนา ฯ

พระประจำวันเกิด สำหรับคนเกิดวันจันทร์ ปางห้ามญาติ
พระประจำวันเกิด สำหรับคนเกิดวันจันทร์ ปางห้ามญาติ หรือ ปางห้ามสมุทร

พระประจำวันจันทร์ พระปางห้ามญาติ หรือ ปางห้ามสมุทร มีกำลัง 15

ความเป็นมา ปางห้ามญาติเกิดขึ้นเนื่องจากพระญาติฝ่ายพระบิดาคือกรุงกบิลพัสดุ์ และพระญาติฝ่ายพระมารดา คือกรุงเทวทหะ ซึ่งอาศัยอยู่บนคนละฝั่งของแม่น้ำโรหิณี เกิดทะเลาะวิวาทแย่งน้ำเพื่อไปเพาะปลูกกันขึ้นถึงขนาดจะยกทัพทำสงครามกันเลยทีเดียว พระพุทธองค์จึงต้องเสด็จไปเจรจาห้ามทัพ คือ ห้ามพระญาติมิให้ฆ่าฟันกัน

ส่วนปางห้ามสมุทรเป็นพุทธประวัติ ตอนเสด็จไปโปรดพวกชฎิล (นักบวชประเภทหนึ่งที่นุ่งห่มหนังเสือ และนิยมบูชาไฟ) 3 พี่น้อง ได้แก่ อุรุเวลกัสสปะ นทีกัสสปะ และคยากัสสปะ ที่ตั้งตัวเป็นใหญ่ อยู่ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชราพร้อมบริวาร 1,000 คน โดยได้แสดงพุทธปาฏิหาริย์ หลายอย่างเพื่อทำลายทิฎฐิมานะของชฎิลทั้งหลาย เช่น ห้ามลม ห้ามฝน ห้ามพายุ และห้ามน้ำท่วมที่เจิ่งนองตลิ่งมิให้มาต้องพระวรกายได้ อีกทั้งยังสามารถเดินจงกรมอยู่ใต้พื้นน้ำได้ ทำให้พวกชฎิลเห็นเป็นที่อัศจรรย์ และยอมบวชเป็นพุทธสาวก

บทสวดมนต์บูชาพระประจำวันเกิด สำหรับคนเกิดวันจันทร์ ปางห้ามญาติ สวดวันละ 15 จบ

ยันทุนนิมิตตัง อะวะมังคะลัญจะ โย จามะนาโป สะกุณัสสะ สัทโธ ปาปัคคะโห ทุสสุปินัง อะกันตัง พุทธานุภาเวนะ วินาสะเมนตุ ฯ

พระประจำวันเกิด สำหรับคนเกิดวันอังคาร พระปางไสยาสน์ (พระนอน)
พระประจำวันเกิด สำหรับคนเกิดวันอังคาร พระปางไสยาสน์ (พระนอน)

พระประจำวันอังคาร พระปางไสยาสน์ (พระนอน) มีกำลัง 8

ความเป็นมาพระปางไสยาสน์ หรือบางทีก็เรียก ปางปรินิพพาน เป็นพุทธประวัติตอนที่พระพุทธองค์ได้รับสั่งให้พระจุนทะเถระปูอาสนะลงที่ระหว่างต้นรังคู่หนึ่ง แล้วทรงประทับบรรทม แบบสีหไสยาส์ ตั้งพระทัยไม่เสด็จลุกขึ้นอีก แต่ก็ยังได้โปรดสุภัททปริพาชกเป็นอรหันต์องค์สุดท้าย ก่อนเสด็จดับขันธปรินิพพาน บรรดาพุทธบริษัททั้งหลายพากันเศร้าโศก ร่ำไห้ คร่ำครวญถึงพระองค์ พระอานนท์และพระอนุรุทธเถระได้แสดงธรรมเพื่อปลอบโยนมหาชน พุทธศาสนิกชนเมื่อรำลึกถึงการเสด็จปรินิพพานของพระองค์ จึงได้สร้างพระพุทธรูปปางนี้ขึ้น เพื่อบูชาพระพุทธองค์

บทสวดมนต์บูชาพระประจำวันเกิด สำหรับคนเกิดวันอังคาร พระปางไสยาสน์ (พระนอน) สวดวันละ 8 จบ

ยัสสานุสสะระเณนาปิ อันตะลิกเขปิ ปาณิโน ปะติฏฐะมะธิคัจฉันติ ภูมิยัง วิยะ สัพพะทา

สัพพูปัททะวะชาลัมหา ยักขะโจราทิสัมภะวา คะณะนา นะ จะ มุตตานัง ปะริตันตัมภะณามะเส ฯ

พระประจำวันเกิด สำหรับคนเกิดวันพุธ(กลางวัน) พระปางอุ้มบาตร
พระประจำวันเกิด สำหรับคนเกิดวันพุธ(กลางวัน) พระปางอุ้มบาตร

พระประจำวันพุธ(กลางวัน) พระปางอุ้มบาตร มีกำลัง 17

ความเป็นมา เมื่อพระพุทธเจ้าได้สำแดงอิทธิปาฏิหารย์ เหาะขึ้นไปในอากาศต่อหน้าพระประยูรญาติทั้งหลาย เพื่อให้พระญาติผู้ใหญ่ได้เห็น และละทิฐิถวายบังคมแล้ว จึงได้ตรัสเทศนาเรื่องพระมหาเวสสันดรชาดก ครั้นแล้วพระญาติทั้งหลายก็แยกย้ายกันกลับ โดยไม่มีใครทูลอาราธนาฉันพระกระยาหารเช้าในวันรุ่งขึ้น ด้วยเข้าใจผิดคิดว่า พระองค์เป็นพระราชโอรสและพระสงฆ์ก็เป็นศิษย์ คงต้องฉันภัตตาหารที่จัดเตรียมไว้ในพระราชนิเวศน์เอง แต่พระพุทธองค์กลับพาพระภิกษุสงฆ์สาวกเสด็จจาริกไป ตามถนนหลวงในเมืองเพื่อโปรดเวไนยสัตว์ (ผู้ที่พึงสั่งสอนได้) อันเป็นกิจของสงฆ์ และนับเป็นครั้งแรกที่ชาวเมืองกบิลพัสดุ์ได้มีโอกาสชมพระพุทธจริยาวัตรขณะทรงอุ้มบาตรโปรดสัตว์ ประชาชนจึงต่างแซ่ซ้องอภิวาทอย่างสุดซึ้ง แต่ปรากฏว่าพระเจ้าสุทโธทนะ พระบิดาทรงทราบเข้า ก็เข้าใจผิดและโกรธพระพุทธองค์ หาว่าออกไปขอทานชาวบ้าน ไม่ฉันภัตตาหารที่เตรียมไว้ พระพุทธเจ้าจึงต้องทรงอธิบายว่าการออกบิณฑบาตรเป็นการไปโปรดสัตว์ มิใช่การขอทาน จึงเป็นที่เข้าใจกันในที่สุด

บทสวดมนต์บูชาพระประจำวันเกิด สำหรับคนเกิดวันพุธ(กลางวัน) พระปางอุ้มบาตร สวดวันละ 17 จบ

สัพพาสีวิสะชาตีนัง ทิพพะมันตาคะทัง วิยะ ยันนาเสติ วิสัง โฆรัง เสสัญจาปิ ปะริสสะยัง
อาณักเขตตัมหิ สัพพัตถะ สัพพะทา สัพพะปาณินัง สัพพะโสปิ นิวาเรติ ปะริตตันตัมภะณามะเส ฯ

พระประจำวันเกิด สำหรับคนเกิดวันพุธ(กลางคืน) พระปางป่าเลไลยก์
พระประจำวันเกิด สำหรับคนเกิดวันพุธ(กลางคืน) พระปางป่าเลไลยก์

พระประจำวันพุธ(กลางคืน) พระปางป่าเลไลยก์ มีกำลัง 12

ความเป็นมา สำหรับปางนี้กล่าวถึงเมื่อพระพุทธองค์ประทับอยู่ที่เมืองโกสัมพีครั้นนั้นพระภิกษุมีมากรูปด้วยกัน และไม่สามัคคีปรองดอง ไม่อยู่ในพุทธโอวาท ประพฤติตามใจตัวพระองค์จึงเสด็จจาริกไปอยู่ตามลำพังพระองค์เดียวในป่าที่ชื่อว่าปาลิไลยกะ โดยมีมีพญาช้างเชือกหนึ่งชื่อ “ปาลิไลยกะ” มีความเลื่อมใสในพระพุทธองค์ มาคอยปฏิบัติบำรุงและคอยพิทักษ์รักษามิให้สัตว์ร้ายมากล้ำกราย ทำให้พระพุทธองค์เสด็จประทับอยู่ในป่านั้นด้วยความสงบสุข และป่านั้นต่อมาก็ได้ชื่อว่า “รักขิตวัน” ครั้นพญาลิงเห็นพญาช้างทำงาน ปรนนิบัติพระพุทธเจ้าด้วยความเคารพ ก็เกิดกุศลจิตทำตามอย่างบ้าง ต่อมาชาวบ้านไปเฝ้าพระพุทธเจ้าแต่ไม่พบ และทราบเหตุ ก็พากันตำหนิติเตียน และไม่ทำบุญกับพระเหล่านั้น พระภิกษุเหล่านี้จึงได้สำนึกขอให้พระอานนท์ไปทูลเชิญเสด็จพระพุทธองค์กลับมา ช้างปาลิไลยกะก็มาส่งเสด็จด้วยความเศร้าเสียใจจนหัวใจวายล้มตายไป ด้วยกุศลผลบุญจึงได้ไปเกิดเป็น “ปาลิไลยกะเทพบุตร” จากเหตุการณ์นี้ ถือว่าเป็นเหตุการณ์อันน่าสลดใจเป็นอย่างยิ่ง ถึงพฤติกรรมของพระ 2 ฝ่ายในขณะนั้น ไม่เชื่อฟังแม้กระทั้งพระพุทธเจ้าพุทธศาสนิกชนจึงได้สร้างพระปางนี้ขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์เตือนใจถึงการแตกสามัคคี การทะเลาะวิวาทกัน

บทสวดมนต์บูชาพระประจำวันเกิด สำหรับคนเกิดวันพุธ(กลางคืน) พระปางป่าเลไลยก์ สวดวันละ 12 จบ

กินนุ สันตะระมาโนวะ ราหุ จันทัง ปะมุญจะสิ สังวิคคะรูโป อาคัมมะ กินนุ ภีโต ติฏฐะสีติ
สัตตะธา เม ผะเล มุทธา ชีวันโต นะ สุขัง ละเภ พุทธาคาถาภิคิโตมหิ โนเจ มุญเจยะ จันทิมันติ

พระประจำวันเกิด สำหรับคนเกิดวันพฤหัสบดี พระปางสมาธิ
พระประจำวันเกิด สำหรับคนเกิดวันพฤหัสบดี พระปางสมาธิ

พระประจำวันพฤหัสบดี พระปางสมาธิ หรือ ปางตรัสรู้ มีกำลัง 19

ความเป็นมา ปางสมาธิ หรือ ปางตรัสรู้ คือ ปางที่เจ้าชายสิทธัตถะหรือพระโพธิสัตว์ทรงประทับขัดสมาธิ บนบัลลังก์หญ้าคาใต้ต้นมหาโพธิ์ ใกล้ฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา และได้ตรัสรู้ พระสัมมาสัมโพธิญาณเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำเดือน 6 ก่อนพุทธศักราช 45 ปี ซึ่งก็ตรงกับวันวิสาขบูชานั่นเอง

บทสวดมนต์บูชาพระประจำวันเกิด สำหรับคนเกิดวันพฤหัสบดี พระปางสมาธิ หรือ ปางตรัสรู้ สวดวันละ 19 จบ

อัตถิโลเก สีละคุโณ สัจจังโสเจยยะ นุททะยา เตนะ สัจเจนะกาหามิ สัจจะกิริยะมะนุตตะรัง อาวัชชิตวา ธัมมัพะลัง สะริตวา ปุพพะเก ชิเน สัจจะพะละมะสายะ สัจจะกิริยะ มะกาสะหัง สันติ ปักขา อะปัตตะนา สันติ ปาทา อะวัญจะนา มาตาปิตา จะนิกขันตา ชาตะเวทะ ปฎิกกะมะ สะหะ สัจเจกะเต มัยหัง มะหาปัชชะลิ โต สิขี วัชเชสิ โสพะสะ กะรีสานิ อุทะกัง ปัตวา ยะถา สิขี สัจเจนะ เม สะโม นัตถิ เอสา เม สัจจะปาระมิติฯ

พระประจำวันเกิด สำหรับคนเกิดวันศุกร์ พระปางรำพึง
พระประจำวันเกิด สำหรับคนเกิดวันศุกร์ พระปางรำพึง

พระประจำวันศุกร์ พระปางรำพึง กำลัง 12

ความเป็นมา ภายหลังจากที่ตรัสรู้ได้ไม่นาน พระพุทธเจ้าซึ่งประทับอยู่ภายใต้ต้นไทร ก็ได้ทรงรำพึงพิจารณาถึงธรรมที่ตรัสรู้ว่าเป็นธรรมที่มีความละเอียดลึกซึ้ง ยากที่มนุษย์ปุถุชนจะรู้ตามได้ จึงเกิดความท้อพระทัยที่จะ ไม่สั่งสอนชาวโลกด้วยรำพึงว่าจะมีใครสักกี่คนที่ฟังธรรมะของพระองค์เข้าใจ ร้อนถึงท้าวสหัมบดีพรหม ได้มากราบทูลอาราธนาเพื่อทรงแสดงธรรมว่าในโลกนี้บุคคลที่มีกิเลสเบาบางพอฟังธรรมได้ยังมีอยู่ พระพุทธองค์ได้ทรงพิจารณาแล้วก็เห็นชอบด้วยอีกทั้งทรงรำพึง ถึงธรรมเนียมของพระพุทธเจ้าทั้งหลายแต่ปางก่อน ว่าตรัสรู้แล้วก็ย่อมแสดงธรรมโปรดสัตว์โลกเพื่อประโยชน์สุขแก่ชนทั้งปวง จึงได้น้อมพระทัยในอันที่จะแสดงธรรมต่อชาวโลก ตามคำอาราธนานั้น และตั้งพุทธปณิธานจะใคร่ดำรงพระชนม์อยู่จนกว่าจะได้ประกาศพระพุทธศาสนา ให้แพร่หลายประดิษฐานให้มั่นคงสำเร็จประโยชน์แก่ชนนิกรทุกหมู่เหล่าต่อไป พระพุทธจริยาที่ทรงรำพึงถึงธรรมที่จะแสดงโปรดชนนิกรผู้เป็นเวไนยบุคคลนั้นแลเป็นเหตุให้สร้างพระพุทธรูปที่เรียกว่า ปางรำพึง

บทสวดมนต์บูชาพระประจำวันเกิด สำหรับคนเกิดวันศุกร์ พระปางรำพึง สวดวันละ 12 จบ

อัปปะสันเนติ นาถัสสะ สาละเน สาธุสัมมะเต อะมะนุสเสหิ สะทา กิพพิสการิภิ ปะริสานัญจะตัสสันนะ มะหิงสายะจะคุตติยา ยันเทเสสิ มะหาวีโร ปะริตตันตัมภะณามะ เหฯ

พระประจำวันเกิด สำหรับคนเกิดวันเสาร์ พระปางนาคปรก
พระประจำวันเกิด สำหรับคนเกิดวันเสาร์ พระปางนาคปรก

พระประจำวันเสาร์ พระปางนาคปรก มีกำลัง 10

ความเป็นมา เมื่อพระพุทธองค์ทรงตรัสรู้ และประทับบำเพ็ญสมาบัติเสวยวิมุตติสุข อันเกิดจากความพ้นกิเลสอยู่ ณ อาณาบริเวณที่ไม่ไกลจากต้นพระศรีมหาโพธิ์แห่งละ 7 วันนั้น ในสัปดาห์ที่ 3 นี้เอง ก็ได้ไปประทับใต้ต้นมุจลินท์ (ต้นจิก) ขณะนั้นฝนได้ตกลงมาไม่หยุด พญานาคตนหนึ่งชื่อ “มุจลินท์นาคราช” ก็ได้ขึ้นมาแสดงอิทธิฤทธิ์เข้าไปวงขนด 7 รอบ แล้วแผ่พังพานปกพระพุทธเจ้าไว้ มิให้ฝนตกต้องพระวรกายเหมือนกั้นเศวตฉัตรถวายพระผู้มีพระภาคเจ้า ด้วยความประสงค์มิให้ฝนและลมหนาวสาดต้องพระวรกาย ทั้งป้องกันเหลือบ ยุง บุ้ง ร่าน ริ้น และสัตว์เลื้อยคลานทั้งมวลด้วย จนฝนหาย จึงได้แปลงร่างเป็นมาณพเข้าไปเฝ้าพระพุทธองค์

บทสวดมนต์บูชาพระประจำวันเกิด สำหรับคนเกิดวันเสาร์ พระปางนาคปรก สวดวันละ 10 จบ

ยะโตหัง ภะคินิ อะริยายะ ชาติยา ชาโต นาภิชานามิ สัญจิจจะ ปาณัง ชีวิตา โวโรเปตาฯ เตนะ สัจเจนะ โสตถิ เต โหตุ โสตถิ คัพภัสสะ ฯ

RELATED ARTICLES

One Day Trip นั่งรถไฟจากกรุงเทพไปเที่ยวฉะเชิงเทราใน 1 วัน

จังหวัดฉะเชิงเทราเป็นจังหวัดที่อยู่ใกล้กรุงเทพฯ มีระยะทางห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 74 กิโลเมตร สามารถเดินทางไปเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับได้โดยไม่เสียเวลามาก การเดินทางด้วยรถไฟจากกรุงเทพ สถานีหัวลำโพงไปสถานีฉะเชิงเทราใช้เวลาเดินทางเพียงแค่ประมาณ 2 ชั่วโมงก็ถึงปลายทางชุมทางฉะเชิงเทรา นอกจากนี้ค่าตั๋วรถไฟยังถูกมากอีกด้วยเพียงแค่ 13 บาทต่อเที่ยวเท่านั้น ช่วงที่มีวันว่างในกรุงเทพฯ ถ้าไม่รู้จะไปไหนลองนั่งรถไฟไปเที่ยวฉะเชิงเทราดู สุดสัปดาห์นี้เป็นอาทิตย์ที่ว่างของเรา ด้วยความคิดถึงบรรยากาศการนั่งรถไฟเที่ยวแบบระยะสั้น จึงตัดสินใจเดินทางไปเที่ยวฉะเชิงเทรา ส่วนนึงก็อยากไปไหว้ขอพรหลวงพ่อโสธรด้วย เพราะเคยไปไหว้ขอพรเมื่อหลายปีมาแล้ว การเดินทางไปฉะเชิงเทราของเราก็ไม่ได้วางแผนอะไรมากมายเพราะเป้าหมายหลักคือไปไหว้พระขอพรที่วัดหลวงพ่อโสธร และ ไปตลาดบ้านใหม่ 100 ปีเท่านั้น การเดินทางก็ไม่ได้เร่งรีบอะไร ไปแบบสบาย ๆ เราเดินทางไปที่สถานีหัวลำโพง ถึงไปเวลาราวๆ เกือบ 10.00 น. เดินไปซื้อตั๋วที่ช่องจำหน่ายตั๋วกับพนักงาน ได้เวลาเดินทางไปฉะเชิงเทราเวลา 10.10 น. ราคาตั๋ว 13 บาท เป็นตั๋วชั้น 3 แบบไม่กำหนดที่นั่ง เมื่อซื้อตั๋วเสร็จแล้วก็ไปขึ้นรถไฟทันทีเพราะรถใกล้จะออกเดินทางแล้ว ขึ้นจากสถานีหัวลำโพงยังมีเก้าอี้ว่างให้เลือกนั่งได้…

เดินทางไปสักการะศาลหลักเมืองกรุงเทพฯ ด้วยรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT

ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร ตั้งอยู่ที่ ถนนหลักเมือง แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร บริเวณมุมด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ของท้องสนามหลวง ตรงข้ามพระบรมมหาราชวัง ใกล้ๆกับกระทรวงกลาโหม เปิดทุกวันจันทร์-วันอาทิตย์ เปิดตั้งแต่เวลา 6.30 – 18.00 น. ศาลหลักเมืองคือ เสาหลักเมือง เป็นศาลที่สร้างขึ้นมาพร้อมกับการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานี ได้ทำพิธียกเสาขึ้นเมื่อวันที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2325 การเดินทางมาสักการะศาลหลักเมือง วิธีเดินทางมาได้ง่ายและสะดวกที่สุดคือเดินทางด้วยรถไฟฟ้าใต้ดิน (MRT) มาลงที่สถานีสนามไชย เลือกออกทางออกที่ 1 มิวเซียมสยาม เดินตรงไปยังพระบรมหาราชวัง จากมิวเซียมสยามเดินไปยังศาลหลักเมืองมีระยะทางประมาณ 900 เมตร คำกล่าวบูชาสักการะองค์พระหลักเมือง tiewgan View all posts by tiewgan | Website

บ้านห้วยน้ำใส สวนผึ้ง ราชบุรี บรรยากาศภาคเหนือใกล้เมืองกรุง

หมู่บ้านห้วยน้ำใส สวนผึ้ง ตั้งอยู่ที่ ตำบลสวนผึ้ง อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ของชาวมอญไทยรามัญ หมู่บ้านตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาในเขตตะเข็บชายแดนเทือกเขาตะนาวศรี ระยะทางห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 171 กิโลเมตร ใช้เวลาขับรถยนต์ส่วนตัวไม่ถึง 3 ชั่วโมงก็มาถึง มีเวลาว่างแค่เสาร์อาทิตย์ก็สามารถมาเที่ยวได้ง่ายๆ ประชากรในอำเภอสวนผึ้งส่วนใหญ่ราวร้อยละ 90 เป็นชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยงที่อยู่ตามแนวตะเข็บชายแดน เนื่องจากทางด้านทิศตะวันตกของอำเภอสวนผึ้งมีเขตติดต่อกับอำเภอมะริด จังหวัดทวาย เขตตะนาวศรี ประเทศพม่า เป็นอำเภอบนพื้นที่สูงของจังหวัดราชบุรี โอบล้อมด้วยภูเขา มีแม่น้ำลำภาชีไหลผ่าน จึงมีสภาพอากาศเย็นสบายคล้ายกับภาคเหนือของไทย ซึ่งจะเห็นได้จากคำขวัญของอำเภอสวนผึ้งที่กล่าวว่า สาวกะเหรี่ยงเคียงถิ่นตะนาวศรี ลำภาชีแก่งส้มแมวแนวหินผา ธารน้ำร้อนปอคลึงตรึงติดตา น้ำผึ้งป่าหวานซึ้งติดตรึงใจ เมื่อมาที่หมู่บ้านมอญห้วยน้ำใส เราจะได้ยินชาวบ้านที่นั่นพูดทักทายนักท่องเที่ยวด้วยคำว่า มะเงอระอาว ซึ่งเป็นคำท้องถิ่นของชาวมอญบ้านห้วยน้ำใส กล่าวสวัสดีต่อกัน ที่หมู่บ้านห้วยน้ำใสเป็นหมู่บ้านเล็กๆ มีประชากรประมาณ 70 ครัวเรือนอาศัยอยู่ท่ามกลางธรมชาติ ชาวบ้านที่นี่อาศัยใช้ชีวิตด้วยความสงบ ภายในหมู่บ้านห้วยน้ำใสระหว่างริมทางเดินจะตกแต่งด้วยกำแพงรั้วไม้ไผ่ เห็นแล้วให้ความรู้สึกเหมือนลักษณะหมู่บ้านของคนญี่ปุ่น…

วิธีเดินทางไปตลาด The One Ratchada หลังห้างเอสพลานาด รัชดาฯ

ตลาด The One Ratchada เปิดตัวตลาดเมื่อวันที่ 9 เดือนกันยายน 2565 เป็นแหล่งท่องเที่ยว แหล่งช๊อป แหล่งกินแห่งใหม่ในย่านรัชดาภิเษก ซึ่งอดีตพื้นที่ตรงนี้เคยเป็นตลาดรถไฟรัชดามาก่อน ตลาด The One Ratchad ตั้งอยู่หลังห้างเอสพลานาด รัชดาฯ ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กทม. เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 17.00 – 24.00 น. การเดินทางไปที่ ตลาด The One Ratchada การเดินทางมาที่ ตลาด The One Ratchada วิธีที่ง่ายและสะดวกที่สุดคือเดินทางด้วยรถไฟฟ้าใต้ดิน (MRT) มาลงที่สถานีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย (Thailand Cultural Centre station)…

Leave a Reply

google.com, pub-2053835749703173, DIRECT, f08c47fec0942fa0