tiewgan.com

Think about Travel Think of Tiewgan.com

พูดถึงเมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น (Tokyo Japan) เชื่อว่าเป็นสถานที่จุดมุ่งหมายของนักท่องเที่ยวคนไทย ที่อยากไปเยือนให้ได้สักครั้งในชีวิต เนื่องจากประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศชาตินิยมสูง จึงเพียบพร้อมไปด้วยประเพณีวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ มีอัตลักษณ์ของผู้คนอย่างชัดเจน และความมีระบบระเบียบวินัยของผู้คน รวมทั้งความเจริญก้าวหน้าในด้านเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำประเทศหนึ่งของโลก

จุดเริ่มต้นของการเที่ยวในทริปนี้ เพราะโปรโมชั่นตั๋วเครื่องบินของแอร์เอเชียราคาเชิญชวนให้ไปเที่ยวซะเหลือเกิน เมื่อจองตั๋วเครื่องบินได้ราคาถูกในช่วงตรงกับวันหยุดยาว 3 วัน(ช่วงวันแม่) โดยไม่ต้องลางาน ยิ่งทำให้อยากไปเที่ยวมากขึ้นไปอีก ถึงแม้บางคนอาจจะมองว่าไปญี่ปุ่นทำไมแค่ 3 วัน เดินทางไม่คุ้มกับความเหนื่อย แต่เมื่อตัดสินใจที่จะไปเที่ยวและประกอบด้วยราคาตั๋วเครื่องบินที่ถูกด้วยแล้ว และเป็นครั้งแรกที่ไปประเทศญี่ปุ่น ก็หาข้อมูลและไปลุยเลย

ก่อนขึ้นเครื่องเราเข้าไปใช้บริการของมิลาเคิลเลาจน์ ทานอาหาร และนั่งรอเวลา เนื่องจากเรามีบัตรซิตี้แบงก์พรีเมียร์ ซึ่งมีสิทธิประโยชน์ในการเข้าใช้บริการของมิลาเคิลเลาจน์ได้ที่สนามบินดอนเมืองและสนามบินสุวรรณภูมิได้ฟรี 2 ครั้งต่อปี เพียงแค่โชว์บัตรซิตี้แบงก์เท่านั้น

ก่อนขึ้นเครื่องก็ทานมื้อเช้าก่อน ถือบัตรเครดิตรซิตี้พรีเมียร์ เข้าเลาจน์มิลาเคิลได้ 2 ครั้งต่อปี
ก่อนขึ้นเครื่องก็ทานมื้อเช้าก่อน ถือบัตรเครดิตรซิตี้พรีเมียร์ เข้าเลาจน์มิลาเคิลได้ 2 ครั้งต่อปี

ระยะเวลาในการเดินทางจากกรุงเทพไปโตเกียวใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง ตั๋วที่เราจองไป ออกเดินทางเวลา 5.00 น. ซึ่งเป็นเช้าตรู่ที่จองเวลานี้เพราะได้ตั๋วราคาถูก วิธีการจองตั๋วให้ได้ราคาถูกคือต้องจองช่วงโปรโมชั่นและดูช่วงเวลาในการเดินทาง เพราะแต่ละช่วงเวลา ราคาของตั๋วเครื่องบินราคาถูกและแพงแตกต่างกัน เราไปถึงปลายทางที่สนามบินนาริตะ โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ประมาณบ่ายโมง Time zone ของประเทศญี่ปุ่นจะเร็วกว่าเมืองไทย 2 ชั่วโมง

Day 1

สนามบินนาริตะ ญี่ปุ่น
สนามบินนาริตะ ญี่ปุ่น

เราไปถึงสนามบินนาริตะ ราวๆบ่ายโมงกว่าๆ จากสนามบินนาริตะ เราเลือกเดินทางด้วยรถไฟ Keisei Skyliner ปรเะเภทรถไฟ Skyliner+ Tokyo Subway 72 ชั่วโมง (นั่งรถไฟ JR สาย Yamanote ฟรี 72 ชั่วโมง) ราคาผู้ใหญ่ 3,500 เยน ไปยังสถานี Nippori ใช้เวลาประมาณ 36 นาที

Skyliner+ Tokyo Subway 72 ชั่วโมง
Skyliner+ Tokyo Subway 72 ชั่วโมง
คู่มือ มีภาษาไทยกำกับด้วย

มาญี่ปุ่นครั้งนี้เราเลือกพักที่โรงแรม APA Hotel Nippori เนื่องจากอยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้า Nippori Station เดินทางสะดวก จากสถานีรถไฟฟ้าเดินมาประมาณ 300 เมตรถึงโรงแรม ตึกของโรงแรมมองเห็นจากสถานีรถไฟฟ้า ทำให้เดินมาได้สะดวกไม่หลงทาง

APA Hotel Nippori Akimae
Money Exchange Machine
Money Exchange Machine

โรงแรมนี้ค่อนข้างเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวคนไทย เพราะเดินทางสะดวก และมีหลายสาขาใกล้สถานีรถไฟฟ้า โรงแรมมีความปลอดภัย มีเครื่องอำนวยความสะดวกครบ แต่ห้องจะค่อนข้างเล็กตามสไตล์โรงแรมญี่ปุ่น ภายในโรงแรมมีตู้ Money exchange ตั้งไว้ให้บริการด้วย ถือว่าสะดวกมากสำหรับคนที่ต้องการใช้เงินเยน

ญี่ปุ่น ใช้เงินสกุล เยน (Japanese Yen)

วิวจากห้องพักโรงแรม APA Hotel Nippori Akimae
วิวจากห้องพักโรงแรม APA Hotel Nippori Akimae

เรามาถึงโรงแรมประมาณบ่ายสี่โมง แผนวันนี้คือไปดูเทศกาลดอกไม้ไฟที่แม่น้ำสุมิดะ ย่านอาซากุสะ (Asakusa) เรามาเที่ยวช่วงเดือนสิงหาคม ซึ่งจะเป็นช่วงจัดเทศกาลดอกไม้ไฟ ในหลายพื้นที่

ตู้อัตโนมัติซื้อตั๋วรถไฟฟ้า

จากสถานีรถไฟฟ้า Nippori ต้องนั่งรถไฟไปที่สถานี Ueno เพื่อไปต่อยังสถานี Asakusa

ย่าน Asakusa
ย่าน Asakusa

เทศกาลดอกไม้ไฟ เป็นเทศกาลที่คนญี่ปุ่นให้ความสนใจมากเลยทีเดียวเพราะคนไปรอดู จับจองพื้นที่เพื่อรอดูการจุดพลุดอกไม้ไฟเยอะมาก คนญี่ปุ่นจะนิยมแต่งตัวด้วยชุดประจำชาติไปเที่ยวเทศกาลดอกไม้ไฟ

วัยรุ่นแต่งกายสวยงามด้วยชุดกิโมโนยูกาตะ  เที่ยวเทศกาลดอกไม้ไฟ
วัยรุ่นแต่งกายสวยงามด้วยชุดกิโมโนยูกาตะ เที่ยวเทศกาลดอกไม้ไฟ

การจุดดอกไม้ไฟจะเริ่มจุดเวลาประมาณ 20.00 น. ระหว่างรอเวลา เราก็หาอาหารมื้อเย็นทาน เป็นอาหารมื้อแรกเมื่อไปถึงญี่ปุ่น อาหารที่เลือกมื้อนี้เป็นซูชิสายพาน รสชาติอร่อย เนื้อเต็มๆคำ ไม่ผิดหวังจริงๆ ซึ่งร้านนี้ก็น่าจะเป็นร้านดังของย่านอาซากุสะเนื่องจากมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการเยอะต่อเนื่องเลยทีเดียว

(Sumida River Fireworks Festival) จัดขึ้นริมแม่น้ำสุมิดะ ในอาซากุสะ (Asakusa) สามารถรับชมดอกไม้ไฟได้ถึง 20,000 ลูก มีฉากหลังเป็นตึก Tokyo Sky Tree ตั้งตระหง่านอยู่ริมแม่น้ำ

Tokyo Sky Tree Tokyo Japan
Tokyo Sky Tree Tokyo Japan

Day 2

เช้าวันนี้เริ่มต้นด้วยย่านชิบูย่า (Shibuya) ซึ่งเป็นแหล่งรวมเทรนด์และกระแสนิยมใหม่ๆ ในญี่ปุ่น เต็มไปด้วยแหล่งช้อปปิ้ง ร้านอาหารที่ทันสมัย สถานที่เกี่ยวกับวัฒนธรรม คลับ และอื่นๆ อีกมากมาย วันนี้ฝนตกตั้งแต่ตอนเช้า

นั่งรถไฟฟ้าจากสถานี Nippori ตรงไป Shibuya ได้เลย

วิวจากร้านสตาร์บัค ห้าแยกชิบูย่า โตเกียว ญี่ปุ่น
วิวจากร้านสตาร์บัค ห้าแยกชิบูย่า โตเกียว ญี่ปุ่น

ห้าแยกชิบูย่าที่มีคนเดินสวนกันไปมาจนตาลาย และรูปปั้นฮาจิโกะ สุนัขผู้ซื่อสัตย์ที่กลายเป็นจุดนัดพบและสถานที่ที่หากใครมาเยือนชิบูย่าต้องแวะมาถ่ายรูปด้วย แวะดื่มกาแฟที่ร้านสตาร์บัค จะได้เห็นวิวห้าแยกชิบูย่า

รูปปั้นฮาจิโกะ สุนัขผู้ซื่อสัตย์ (Shibuya)
รูปปั้นฮาจิโกะ สุนัขผู้ซื่อสัตย์ (Shibuya)
แหล่งช้อปปิ้ง ย่านชิบูย่า
แหล่งช้อปปิ้ง ย่านชิบูย่า

เดินเที่ยว ช้อปปิ้ง ย่านชิบูย่าจนพอใจแล้ว ย่านต่อไปที่จะไปคือ ย่านฮาราจูกุ (Harajuku) เพื่อไปศาลเจ้าเมจิ Meiji Shrine Tokyo Japan

จากสถานีชิบูย่านั่งรถไฟตรงมาลงที่สถานี JR Harajuku ศาลเจ้าเมจิอยู่ติดกับสถานี JR Harajuku มาถึงที่นี่ฝนหยุดตก เริ่มมีแดดอ่อนๆ

ศาลเจ้าเมจิ (Meiji Shrine)เป็นศาลเจ้าศาสนาชินโตที่คนญี่ปุ่นสร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับจักรพรรดิเมจิ จักรพรรดิเมจิคือผู้ที่เปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองยกเลิกระบบโชกุน และนำพาประเทศญี่ปุ่นให้เติบโตอย่างรวดเร็ว ในช่วง “ปฏิวัติเมจิ”

ทางเข้าศาลเจ้าเราจะเห็นเสาโทริอิขนาดใหญ่อยู่ด้านหน้า

เสาโทริอิขนาดใหญ่
เสาโทริอิขนาดใหญ่
ถังเหล้าสาเก

ก่อนเข้าไปยังในตัวศาลเจ้าต้องล้างมือ และ บ้วนปากเสียก่อน ต้องชำระร่างกายให้สะอาด ตามความเชื่อของคนญี่ปุ่น

เมื่อเจอบ่อน้ำให้เราหยุดชำระล้างตามธรรมเนียมของชาวญี่ปุ่นเสียก่อนด้วยการใช้กระบวยตักน้ำขึ้นมาด้วยมือซ้ายเพื่อล้างมือขวา จากนั้นใช้กระบวยตักน้ำด้วยมือขวาเพื่อล้างมือซ้าย ใช้มือรองน้ำที่เหลือจากกระบวยเพื่อล้างปาก (ห้ามใช้ปากสัมผัสกระบวย) ถือกระบวยตั้งขึ้นเพื่อให้น้ำที่ยังเหลืออยู่ไหลลงมาเพื่อล้างด้ามจับ เป็นอันเสร็จขั้นตอน

ทางเดินเข้าศาลเจ้าเมจิ Meiji Shrine Tokyo Japan ร่มรื่นด้วยต้นไม้ ระหว่างสองข้างทางก็จะเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่มากมาย เป็นจุดท่องเที่ยวที่เข้าชมได้ฟรี

ทางเดินเข้าศาลเจ้าเมจิ Meiji Shrine Tokyo Japan ร่มรื่นด้วยต้นไม้
ทางเดินเข้าศาลเจ้าเมจิ Meiji Shrine Tokyo Japan ร่มรื่นด้วยต้นไม้
ศาลเจ้าเมจิ Meiji Shrine Tokyo Japan
ศาลเจ้าเมจิ Meiji Shrine Tokyo Japan
ศาลเจ้าเมจิ Meiji Shrine Tokyo Japan
ศาลเจ้าเมจิ Meiji Shrine Tokyo Japan
แผ่นป้ายของทางศาลเจ้าที่ให้เราได้เขียนขอพร ที่ศาลเจ้าเมจิ Meiji Shrine Tokyo Japan

ไหว้ขอพรและเดินเที่ยวในบริเวณศาลเจ้าจนทั่วแล้ว ก็ออกไปทานมื้อเที่ยงกันที่ย่านฮาราจุกุ และเดินเที่ยวแถวนั้นอีกสักพักนึง ก็ออกเดินทางต่อไปย่านอาซากุสะ

จากสถานี Harajuku นั่งรถไฟ JR สาย Yamanote กลับไปสถานี Shibuya เพื่อนั่งรถไฟสาย Ginza ไปสถานี Asakusa (ไปเที่ยวครั้งแรกก็จะยังงงๆ หน่อย)

มาเที่ยวย่านอาซากุสะ ตั้งใจจะมาที่วัดเซ็นโซจิ (Sensoji) เป็นวัดที่มีประตูและโคมแดงขนาดยักษ์โดดเด่น ซึ่งวัดนี้เป็นวัดทางศาสนาพุทธที่เก่าแก่ที่สุดในภูมิภาคคันโตของญี่ปุ่น

วัดเซ็นโซจิ (Sensoji Asakusa) Tokyo Japan
วัดเซ็นโซจิ (Sensoji Asakusa) Tokyo Japan

วัดเซ็นโซจิ อยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟไฟ้าAsakusa เดินมาประมาณ 300 เมตร ออกที่ทางออกหมายเลข 3 จะอยู่ใกล้กับทางเข้าวัดที่สุด เข้าชมได้ฟรี

หน้าทางเข้าวัดเซ็นโซจิ
หน้าทางเข้าวัดเซ็นโซจิ
ถนน นากามิเสะ (Nakamise Shopping Street) ระหว่างทางเดินเข้าไปในวัด มีตลาดขายสินค้าตลอดแนว

การสวมใส่ชุดกิโมโนยูกาตะ เดินเที่ยวชมวัดเซ็นโซจิ เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว มีร้านให้เช่าชุดกิโมโนยูกาตะ ให้เช่าบริเวณวัด

ภายในวัดอาซากุสะจะมีการสักการะเทพเจ้าคันนงโดยการรดน้ำ และตรงกลางวัดจะมีกระถางธูปขนาดใหญ่ ซึ่งมีความเชื่อว่าถ้าผู้ใดได้รับควันธูปจากกระถางธูปนี้ จะโชคดีมีความสุข นอกจากนี้ยังมีการทำบุญไหว้พระด้วยการโยนเหรียญลงในกล่อง และการเสี่ยงเซียมซี

เจดีย์ห้าชั้น
เจดีย์ห้าชั้น
รองเท้ายักษ์ทำจากฟาง มีความเชื่อว่าเป็นอาวุธที่ช่วยปัดเป่าภัยร้ายของเทพเจ้านิโอ
รองเท้ายักษ์ทำจากฟาง มีความเชื่อว่าเป็นอาวุธที่ช่วยปัดเป่าภัยร้ายของเทพเจ้านิโอ
ตึก Tokyo Sky Tree ย่าน Asakusa
ตึก Tokyo Sky Tree ย่าน Asakusa และอาคารเบียร์อาซาฮี

ข้างวัดจะมีถนนช้อปปิ้งอีกเส้นคือ ถนนชินนากามิเสะ (Shin-Nakamise Shopping Street) ซึ่งมีร้านค้า และ ร้านอาหารขายเยอะมาก

เที่ยวย่านอาซากุสะจนทั่วแล้ว เรากลับไปอาบน้ำพักผ่อนที่ห้องโรงแรมก่อนจะไปย่านชินจูกุ (Shinjuku) เพราะออกมาตั้งแต่เช้าและอากาศค่อนข้างร้อน เนื่องจากเดินทางด้วยรถไฟฟ้าสะดวก ทำให้ไม่เสียเวลาในการเดินทางเท่าไหร่

ชานชาลารถไฟฟ้าที่ญี่ปุ่น
ชานชาลารถไฟฟ้าที่ญี่ปุ่น

ปิดทริปของวันนี้ตอนเย็นจะไปเดินเที่ยวที่ย่านชินจูกุ (Shinjuku) ซึ่งเป็นย่านที่มีสถานที่ท่องเที่ยวคึกคัก มีชีวิตชีวา เต็มไปด้วยแสงสีและความสนุกสนานอย่างไม่รู้จักหลับใหล สว่างไสวด้วยแสงนีออน รวมถึงร้านอาหารและบาร์สุดหรูในโรงแรมตั้งอยู่ท่ามกลางตึกสูงระฟ้า ห้างสรรพสินค้า และยังเป็นสถานที่ตั้งของศาลาว่าการกรุงโตเกียว

ย่านชินจูกุ (Shinjuku) โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น
ย่านชินจูกุ (Shinjuku) โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

ก็อตซิล่าบนตึกTOHO ถือเป็นแลนด์มาร์กสำหรับถ่ายรูปสวย ๆ เมื่อมาถึงชินจูกุแล้ว

ย่านชินจูกุเป็นย่านที่คึกคักมากในยามค่ำคืน นักท่องเที่ยวหนาแน่น เพราะเป็นทั้งแหล่งช้อปปิ้ง บันเทิง และความทันสมัย

Day3

วันนี้มีเวลาเที่ยวครึ่งวันเช้า เพราะต้องบินกลับกรุงเทพในช่วงบ่ายสี่โมงเย็น วันนี้เลยวางแผนที่จะไปย่านอุเอโนะ (Ueno) เพราะนั่งรถไฟฟ้าจากสถานี Nippori สายตรงจากที่พักไปสถานี Ueno ได้โดยง่าย เพื่อไปสวนสาธารณะอุเอโนะ และก็ไปเดินช้อปปิ้งที่ตลาด Ueno Ameyoko

ย่านอุเอโนะ (Ueno) โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น
ย่านอุเอโนะ (Ueno) โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

สวนสาธารณะอุเอโนะ ตั้งอยู่ใจกลางเส้นทางจราจรของ Tokyo ที่เชื่อมโยงกับหลายพื้นที่ มีหอศิลป์และพิพิธภัณฑ์ให้ได้เพลิดเพลินกับศิลปะ ถ้าเป็นช่วงที่ดอก Sakura บานที่นี่จะเต็มไปด้วยผู้คน และเป็นที่ตั้งของสวนสัตว์ Ueno

ทางเดินเพื่อเข้าไปในสวนสาธารณะ
วัด Kan'ei-ji ที่สวนสาธารณะ Ueno
วัด Kan’ei-ji ที่สวนสาธารณะ Ueno

วัด Kan’ei-ji เป็นวัดขนาดใหญ่ที่กินพื้นที่ทั้งหมดของสวนสาธารณะ Ueno ปัจจุบันยังคงมีเจดีย์ 5 ชั้นและ Kizyomizu Kannon-dou โบสถ์ที่ได้รับการบันทึกให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญของชาติซึ่งรอดพ้นจากแรงระเบิดในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

วัด Kan'ei-ji ที่สวนสาธารณะ Ueno
วัด Kan’ei-ji ที่สวนสาธารณะ Ueno

ตลาด Ueno Ameyoko (Ameyoko market) อยู่ตรงกันข้ามกับสวนสาธารณะ Ueno Park เป็นแหล่งช้อปปิ้งในย่านอุเอโนะ มีของขายมากมายไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า ร้านเครื่องสำอาง ร้านขายแบรนด์เนมมือสอง ขนม อาหารแห้ง ของสด อาหารทะเล ฯลฯ

(Ameyoko market)

นอกจากของสดแล้ว ที่นี่ยังมีร้านอาหารจานด่วน เช่น ข้าวหน้าปลาไหล ข้าวหน้าปลาดิบ ลักษณะที่นั่งทานจะเป็นเพียงเก้าอี้ให้ถือกิน หรือบางร้านอาจจะมีโต๊ะเล็กๆ ให้วางชาม

ข้าวหน้าปลาไหล ราคา 2,000 เยน

มื้อนี้เราก็เลยลองข้าวหน้าปลาไหลไป 1 ชาม รสชาติหอม หวาน อร่อยมาก คุ้มราคา

จบทริปญี่ปุ่น 3 วัน 2 คืน การมาเที่ยวญี่ปุ่นครั้งนี้ทำให้รู้ว่ามาเที่ยวโตเกียว ประเทศญี่ปุ่นไม่ได้ยาก อย่างที่คิด เมืองโตเกียวเดินทางง่ายและสะดวกมาก เพราะมีรถไฟฟ้าเชื่อมต่อไปทุกสถานที่ ทำให้รู้ว่าคนญี่ปุ่นแทบจะพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ หรือพูดได้น้อยมาก แต่ก็ใจดีและเป็นมิตรอยู่มากเหมือนกันเพราะเมื่อเราถามทางเขาจะพยายามช่วยจนถึงที่สุด

สรุปค่าใช้จ่าย 3 วัน 2 คืนคร่าว ๆ

ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ สายการบินแอร์เอเชีย กรุงเทพดอนเมือง-สนามบินนาริตะ ญี่ปุ่น 7,000 บาท /คน

ค่าที่พักโรงแรม APA Hotel Nippori Akimae 2 คืน คืนละ 2,500 บาท/ห้อง รวม 5,000 บาท

SCB My Home Cash & My Car Cash บ้านอยู่ครบรถมีขับ เปลี่ยนบ้านเป็นเงินทันใจ จะซ่อมแซมต่อเติมบ้าน ปลดภาระ ค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน หรือทำตามความฝัน โดยการนำอสังหาริมทรัพย์ มาเป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อ เช่น บ้านเดี่ยว, ทาวน์เฮ้าส์, ทาวน์โฮม, ตึกแถว, อาคารชุด, ที่ดินว่างเปล่า
จุดขาย
•	ดอกเบี้ยหลากหลาย และวงเงินกู้ยืมสูงสุด 20,000,000 บาท
•	อนุมัติไว ไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน

ครอบครองและมีสิทธิใช้รถยนต์ได้ตามปกติ โดยผ่อนชำระหนี้เป็นรายงวดสบายๆ นานสูงสุดถึง 84 เดือน เมื่อผ่อนชำระครบถ้วนตามเงื่อนไขกรรมสิทธิ์ รถยนต์จะโอนกลับเป็นของคุณในทันที สมัครง่าย อนุมัติและได้รับเงินรวดเร็วภายใน 1 วันจุดขาย
•	สะดวกและรวดเร็ว
•	หมดกังวลเรื่องแผนการผ่อนชำระ
สนใจคลิกรายละเอียดเพิ่มเติม https://www.scb.co.th/th/personal-banking/loans/car-loans/my-car-my-cash.html
https://cl.accesstrade.in.th/001coo0011q8


RELATED ARTICLES

เดินทางไป The EMSPHERE Bangkok ด้วยรถไฟฟ้า BTS ห้างเปิดใหม่ใจกลางสุขุมวิท

The EMSPHERE เป็นหนึ่งในห้างในเครือของ The Mall Group ซึ่งเป็นห้างที่เปิดใหม่ในปลายปี 2566 ตั้งอยู่ใจกลางสุขุมวิท ในย่านพร้อมพงษ์ ทำเลที่ตั้งของ The EMSPHERE นั้นตั้งอยู่ในละแวกเดียวกันกับห้าง The Emporium และ The Emquatier ซึ่งเป็นห้างในเครือของ The Mall Group เช่นกัน การเดินทางมาที่ The EMSPHERE นั้นสามารถเดินทางโดยสะดวกด้วยรถไฟฟ้า BTS มาลงที่สถานีพร้อมพงษ์ เลือกออกทางออกที่ 6 แล้วเดินตรงไปตามทางเดินลอยฟ้าจะมีป้ายบอกทางไปยัง The EMSPHERE โดยจะผ่านห้าง The Emporium และ The Emquatier ผ่านสวนอุทยานเบญจสิริ ตัวอาคารจะอยู่ทางด้านซ้ายมือ จุดเด่นจะมีป้าย IKEA…

เดินทางไปสถานทูตอเมริกาด้วยรถไฟฟ้า BTS พร้อมรีวิวการสัมภาษณ์วีซ่าอเมริกา USA visa

การขอวีซ่าอเมริกาเมื่อกรอกแบบฟอร์ม DS160 และจ่ายเงินเรียบร้อยแล้ว ก็เข้าไปจองวันที่จะเข้าไปนัดสัมภาษณ์กับสถานทูตอเมริกา ซึ่งสามารถเลือกรอบวันสัมภาษณ์ได้ด้วยตัวเองและต้องไปสัมภาษณ์วีซ่าอเมริกาที่ สถานทูตอเมริกาในประเทศไทย ซึ่งตั้งอยู่ที่เลขที่ 95 ถนนวิทยุ กรุงเทพฯ 10330 เบอร์โทรศัพท์ +66-2-205-4000 เรากรอกแบบฟอร์ม DS160 ผ่านเว็บไซต์ของสถานทูตอเมริกาผ่านลิ้งค์นี้ https://ceac.state.gov/GenNIV/Default.aspx ในการกรอกแบบฟอร์ม DS160 ต้องกรอกตามความเป็นจริงและกรอกให้ครบทุกช่อง เพราะเวลาที่สถานทูตอเมริกาพิจารณาในการให้วีซ่านั้น จะดูจากข้อมูล DS160 เป็นหลัก เมื่อกรอกแบบฟอร์ม DS160 เสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็เข้าไปลงทะเบียนผ่านลิ้งค์ https://portal.ustraveldocs.com/ เพื่อเข้าไปกรอกรายละเอียดเพื่อชำระเงิน และเมื่อกรอกข้อมูลเสร็จเรียบร้อย ก็นำเลขใบเสร็จไปจ่ายเงินที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยา และเมื่อจ่ายเงินแล้ว เว้นระยะวันนึงก็กลับมาเลือกวันจองสัมภาษณ์อีกครั้งผ่านเว็บไซต์นี้อีกครั้ง (เราสมัครวีซ่าอเมริกาและจ่ายเงินเสร็จเรียบร้อยในเดือนกันยายน 2566 จองคิวได้รอบสัมภาษณ์ในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2566 ) วิธีการเดินทางไปสถานทูตอเมริกา การเดินทางไปที่สถานทูตอเมริกา กรุงเทพฯ เรานั่งรถไฟฟ้าบีทีเอส…

รวมคลิปเที่ยวมาไซมาร่า 5 วัน 4 คืน ท่องดินแดนอาณาจักรสัตว์ป่าที่เคนยา แอฟริกา

ทริปนี้เป็นการเดินทางไปเที่ยวที่ประเทศเคนยา ทวีปแอฟริกา เป็นเวลา 10 วัน และไปเที่ยวที่อุทยานแห่งชาติมาไซมาร่าเป็นเวลา 5 วัน 4 คืน การเดินทางไปเที่ยวที่อุทยานแห่งชาติมาไซมาร่าในทริปนี้ใช้บริการบริษัททัวร์ท้องถิ่นของคนเคนยาชื่อบริษัท Serenity Mara Safiris ซึ่งจะเป็นคนดูแลเราตลอดทั้งทริปในการทัวร์ที่อุทยานแห่งชาติมาไซมาร่า โดยวันแรกจะมีรถตู้มารับเราในเมืองในโรบีตอนเช้า 7.00 น. และไปส่งถึงหน้าด่านทางเข้าอุทยานแห่งชาติมาไซมาร่า จากนั้นก็จะเปลี่ยนมาใช้รถแลนด์ครุยเซอร์ เข้าไปในอุทยานมาไซมาร่า ทริปนี้จะไปพัก 2 ที่พักด้วยกันคือ Mara Serena Safari Lodge ซึ่งเป็นที่พักที่ตั้งอยู่บนภูเขา โดยพักที่นี่ 2 วัน 2 คืน และอีกที่พักคือ marangenche ซึ่งเป็นที่พักแนวแคมป์เป็นเต๊นท์สไตล์แอฟริกา ตั้งอยู่ที่ราบกลางป่าในอุทยานมาไซมาร่า และติดกับแม่น้ำมาร่า โดยจะพักที่นี่เป็นเวลา 3 วัน 2 คืน และก็กลับเข้าเมืองไนโรบี…

นั่งรถไฟเที่ยวตลาดร่มหุบ แม่กลอง และตลาดน้ำอัมพวา One Day Trip

ตลาดร่มหุบเป็นอีกหนึ่งตลาดของประเทศไทยที่มีชื่อเสียงระดับโลกและเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเที่ยวเยี่ยมชม ด้วยความมีเอกลักษณ์ของตลาดที่เมื่อรถไฟวิ่งผ่าน บรรดาพ่อค้าแม่ค้าจะเก็บร้านเพื่อให้รถไฟผ่านโดยการหุบร่มที่กางไว้อย่างรวดเร็วเพราะพ่อค้าแม่ค้าตั้งแผงร้านค้าขายของกันติดกับข้างรางรถไฟ ตลาดร่มหุบตั้งอยู่ติดกับสถานีรถไฟแม่กลอง ซึ่งเป็นสถานีปลายทาง ตำบลแม่กลอง อำเภอเมืองสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสงคราม ตลาดเปิดขายทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.00 – 18.00 น. หากต้องการมาเที่ยวชมดูตลาดร่มหุบในเวลาที่รถไฟวิ่งผ่านสามารถมาตามตารางเวลารถไฟซึ่งวิ่งผ่านตลาดร่มหุบวันละ 8 รอบ คือ 06.20, 08.30, 09.30, 11.10, 11.30, 14.30, 15.30 และ 17.40 น. การเดินทางมาที่ตลาดร่มหุบ แม่กลอง โดยการเดินทางโดยรถไฟไปที่ตลาดร่มหุบ แม่กลองนั้น ต้องใช้การเดินทาง 3 ต่อด้วยกันคือ เริ่มจากสถานีรถไฟวงเวียนใหญ่ ไปที่ สถานีรถไฟมหาชัย จากสถานีรถไฟมหาชัย เดินไปที่ท่าเรือมหาชัย นั่งเรือข้ามฟากไปยังท่าเรือท่าฉลอม แล้วเดินไปที่สถานีรถไฟบ้านแหลม จากสถานีรถไฟบ้านแหลม ไปยัง สถานีรถไฟแม่กลอง…

Leave a Reply

google.com, pub-2053835749703173, DIRECT, f08c47fec0942fa0