tiewgan.com

START THE JOURNEY

ลพบุรี (Lopburi Province) เป็นจังหวัดที่มีประวัติศาสตร์ต่อเนื่องและยาวนานที่สุดเมืองหนึ่งของประเทศไทย ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ไม่ต่ำกว่า 3,500 ปีมาแล้ว เมืองลพบุรี เดิมชื่อว่า “ลวปุระ” หรือ “ละโว้” เป็นดินแดนที่ตั้งอยู่บริเวณภาคกลางของประเทศไทย หากพูดถึงจังหวัดลพบุรี ใครๆ ก็คงคิดถึงลิง และทุ่งทานตะวัน ด้วยประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน ทำให้เมืองลพบุรี มีโบราณสถานเก่าแก่มากมายไว้ให้ค้นหาความเป็นมา และจังหวัดลพบุรี เป็นจังหวัดที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากเท่าไหร่ จึงทำให้นักท่องเที่ยวแวะเวียนมาเที่ยวอยู่อย่างสม่ำเสมอ

โบราณสถานในเมืองลพบุรี
โบราณสถานในเมืองลพบุรี
ดอกทานตะวัน สัญลักษณ์เมืองลพบุรี
ดอกทานตะวัน สัญลักษณ์เมืองลพบุรี
 ลิง สัญลักษณ์เมืองลพบุรี
ลิง สัญลักษณ์เมืองลพบุรี

ทริปนี้มาเที่ยวลพบุรีเป็นครั้งแรกในแบบฉบับคนไม่มีรถ ลองมาใช้บริการเดินทางของการรถไฟดูบ้าง เพื่อจะได้สัมผัสประสบการณ์แบบใหม่ๆ เริ่มต้นทริปนี้ใช้บริการรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สายสีน้ำเงิน มาลงที่สถานีหัวลำโพง ออกทางออกที่ 2

สถานีหัวลำโพง ทางออกที่ 2
สถานีหัวลำโพง ทางออกที่ 2

มาถึงหัวลำโพงสายแล้ว ประมาณ 8.30 น. เดินเข้าไปซื้อตั๋วโดยสาร แจ้งว่าไปเมืองลพบุรี จ่ายค่าตั๋วโดยสารรถไฟ 28 บาท เป็นรถไฟชั้น 3 แบบไม่ระบุที่นั่ง เป็นรถไฟสายกรุงเทพฯ-พิษณุโลก เมื่อรถไฟเข้ามาเทียบชานชลาแล้ว ให้ขึ้นไปหาที่นั่งไว้ก่อนเพราะเป็นรถไฟชั้น 3 ข้อดีของการมาขึ้นรถไฟที่หัวลำโพงคือ เป็นต้นสาย สามารถเลือกที่นั่งได้

ตั๋วขาไป ตั๋วรถไฟชั้น 3
ตั๋วขาไป ตั๋วรถไฟชั้น 3

เวลารถเริ่มออกเดินทางจากสถานีหัวลำโพง เวลา 9.25 น. ระยะเวลาที่ใช้เดินทางจากสถานีหัวลำโพง ไปยังสถานีลพบุรี ใช้เวลา ประมาณ 2 ชั่วโมงกว่าๆ ก็มาถึงสถานีลพบุรีในเวลาประมาณเที่ยง พนักงานของการรถไฟแนะนำให้ซื้อตั๋วรถไฟขากลับเอาไว้เลยเพราะรถอาจจะเต็มตอนขากลับ ตั๋วรถไฟขากลับที่ได้เป็นรถไฟชั้น 2 ปรับอากาศ แบบระบุที่นั่ง ราคา 374 บาท เป็นรถไฟสายเชียงใหม่-กรุงเทพฯ เวลาออก 5.28 น.

ตั๋วขากลับ ตั๋วรถไฟชั้น 2 ปรับอากาศ แบบระบุที่นั่ง
ตั๋วขากลับ ตั๋วรถไฟชั้น 2 ปรับอากาศ แบบระบุที่นั่ง
สถานีลพบุรี
ตอบโจทย์ทุกความต้องการ กับบัตร KTC PROUD เป็นทั้งบัตรกดเงินสด และบัตรผ่อนสินค้า 0% นานสูงสุด 24 เดือน
สนใจคลิกเลย
https://cl.accesstrade.in.th/0021140011q8
สถานีลพบุรี
สถานีลพบุรี

สรุปวันนี้มีเวลาเที่ยวเมืองลพบุรีเพียงครึ่งวัน เมื่อเดินออกจากสถานีลพบุรี สถานที่แรกที่จะเจอคือ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ เพราะตั้งอยู่ตรงกันข้ามกับสถานีรถไฟลพบุรี ช่วงที่ไปถึงอากาศร้อนและแดดจัดมาก ก็เลยวางแผนที่จะมาเดินเที่ยววัดพระศรีรัตนมหาธาตุตอนเย็นใกล้เวลากลับกรุงเทพฯ

วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ตั้งอยู่ตรงข้ามสถานีรถไฟลพบุรี
วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ตั้งอยู่ตรงข้ามสถานีรถไฟลพบุรี

มาถึงเวลาเที่ยงกว่าแล้ว กองทัพต้องเดินด้วยท้อง ก็เลยไปหามื้อเที่ยงทานก่อนเป็นอันดับแรก ได้ข้อมูลจากการสอบถามจากคนแถวนั้น แนะนำให้เดินเข้าซอยข้างวัดพระศรีรัตนมหาธาตุเข้าไปก็จะเจอร้านอาหาร ซึ่งเป็นเส้นทางเดียวกันกับไปวังนารายณ์ หรือพิพิธภัณฑ์สมเด็จพระนารายณ์

วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ
วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ
จากวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ เดินเลี้ยวซ้ายเข้าซอยไปจนสุดถนน จะเจอวังนารายณ์ หรือ พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์ จังหวัดลพบุรี
จากวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ เดินเลี้ยวซ้ายเข้าซอยไปจนสุดถนน จะเจอวังนารายณ์ หรือ พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์ จังหวัดลพบุรี
หากเดินตรงไปจากวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ไปจนสุดถนนจะเจอพระปรางค์สามยอด และ ศาลพระกาฬ
หากเดินตรงไปจากหน้าวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ไปจนสุดถนนจะเจอพระปรางค์สามยอด และ ศาลพระกาฬ

เริ่มต้นสถานที่แรกที่จะเข้าไปเที่ยวชมคือ พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์ จังหวัดลพบุรี

มีค่าเข้าชม 30 บาทสำหรับคนไทย และสำหรับชาวต่างชาติ มีค่าธรรมเนียม 150 บาท

นักเรียน, นักศึกษาในเครื่องแบบ ผู้สูงอายุ และนักบวชไม่เสียค่าธรรมเนียม เข้าชมฟรี

เปิดวันพุธ-วันอาทิตย์ เวลา 09.00-16.00 น.

พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์ จังหวัดลพบุรี

สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช พระองค์ทรงโปรดฯ ให้วิศวกรชาวฝรั่งเศสและอิตาเลียนร่วมกันออกแบบ ก่อสร้างพระราชวังเมืองลพบุรี พร้อมกำแพงเมืองและป้อมปราการขึ้นใน พ.ศ. 2209 เพื่อทรงใช้เป็นที่ประทับแปรพระราชฐานว่าราชการเมือง ต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง พักผ่อนและล่าสัตว์ เสมือนเป็นราชธานีแห่งที่ 2 รองจากกรุงศรีอยุธยา

เมื่อสมเด็จพระนารายณ์มหาราชเสด็จสวรรคต ณ พระที่นั่งสุทธาสวรรย์ในพระราชวังแห่งนี้ หลังจากนั้นเมืองลพบุรีก็เริ่มถูกทิ้งร้างและลดความสำคัญลง จนมาถึงสมัยสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 โปรดฯให้บูรณะปฏิสังขรณ์พระราชวังแห่งนี้ และพระราชทานนามว่า พระนารายณ์ราชนิเวศน์

และต่อมาในสมัยสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้พระราชทานให้เป็นศาลากลางจังหวัดลพบุรี และภายหลังได้จัดตั้งเป็น ลพบุรีพิพิธภัณฑ์สถาน

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์ เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ตั้งอยู่ภายในพระนารายณ์ราชนิเวศน์ แบ่งส่วนจัดแสดงออกเป็นสามอาคารซึ่งตั้งอยู่ในเขตพระราชฐานชั้นกลางและพระราชฐานชั้นใน ได้แก่ พระที่นั่งพิมานมงกุฎ พระที่นั่งจันทรพิศาล และหมู่ตึกพระประเทียบ

พระที่นั่งจันทรพิศาล
พระที่นั่งจันทรพิศาล

พระที่นั่งจันทรพิศาล ภายในจัดแสดงเกี่ยวกับพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ สังคม เศรษฐกิจ และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มีภาพเหตุการณ์สำคัญ และโบราณวัตถุ ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช

พระที่นั่งพิมานมงกุฎ

พระที่นั่งพิมานมงกุฎ เป็นอาคารสูง 3 ชั้น สร้างขึ้นในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นสถาปัตยกรรมแบบจีน สำหรับเป็นที่ประทับส่วนพระองค์ของสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

หมู่ตึกพระประเทียบ เป็นเขตพระราชฐานชั้นใน สมัยรัชกาลที่ 4 มี 8 หลัง

หมู่ตึกพระประเทียบ สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่พำนักของข้าราชบริพารฝ่ายในผู้ตามเสด็จสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อเสด็จมาประทับ ณ พระที่นั่งพิมานมงกุฏ สมัยก่อนเขตนี้เป็นเขตหวงห้ามมิให้ผู้ชาย ผ่านเข้ามาในเขตนี้เด็ดขาด

พระราชวังที่ประทับของสมเด็จพระนารายณ์ ในสมัยพระนารายณ์
พระที่นั่งสุทธาสวรรย์ พระราชวังที่ประทับของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ในสมัยพระนารายณ์
สมเด็จพระนารายณ์มหาราช
สมเด็จพระนารายณ์มหาราช
พระที่นั่งสุทธาสวรรย์

พระที่นั่งสุทธาสวรรย์ เป็นที่ประทับส่วนพระองค์ของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ตั้งอยู่ในเขตพระราชฐานชั้นใน

สมเด็จพระนารายณ์มหาราช สวรรคต ณ พระที่นั่งแห่งนี้ เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ.2231

ใช้เวลาเดินชมพิพิธภัณฑ์สมเด็จพระนารายณ์ อยู่นานพอสมควร เพราะมีเรื่องราวที่น่าสนใจมากมายให้น่าค้นหา เมื่อเดินจนทั่วแล้ว สถานที่ต่อไปที่จะไปคือ พระปรางค์สามยอดและ ศาลพระกาฬ

ศาลพระกาฬ
พระปรางค์สามยอด
พระปรางค์สามยอด

เดินลัดเลาะซอยไปเรื่อยๆ ก็มาเจอศาลพระกาฬและพระปรางค์สามยอดตั้งอยู่ระแวกใกล้กัน

ศาลพระกาฬ
ศาลพระกาฬ

ศาลพระกาฬ หรือเดิมเรียกว่า ศาลสูง เนื่องจากดั้งเดิมศาลตั้งอยู่บนฐานศิลาแลงที่อยู่สูงจากพื้นดิน ศาลพระกาฬเป็นสิ่งก่อสร้างของขอม สืบเนื่องมาจากเมืองลพบุรีในอดีตเคยเป็นส่วนหนึ่งของขอมโบราณ ซึ่งได้กลายเป็นศูนย์กลางการปกครองของขอมในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา

เจ้าพ่อพระกาฬ
มาถึงลพบุรี ต้องมากราบขอพรจากเจ้าพ่อพระกาฬ

เจ้าพ่อพระกาฬ เป็นเทวรูปสมัยโบราณ ซึ่งสันนิฐานว่าอาจเป็นเทวรูปพระนารายณ์ แต่เดิมเจ้าพ่อพระกาฬมีพระกายสีดำทำจากศิลา ไม่มีพระเศียร และพระกร กล่าวกันว่า เจ้าพ่อพระกาฬได้ไปเข้าฝันผู้ประสงค์ดีท่านหนึ่ง นัยว่าขอพระเศียรและพระกรเท่าที่จะหามาได้ ซึ่งได้มีผู้ศรัทธาได้จัดหาเศียรพระศิลาทรายศิลปะสมัยอยุธยา ส่วนพระกรนั้นได้มาเพียงข้างเดียวจากทั้งหมดสี่ข้าง

พระปรางค์สามยอด
พระปรางค์สามยอด

พระปรางค์สามยอด เป็นโบราณสถานและ แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดลพบุรี ลักษณะเป็นปราสาทขอมในศิลปะบายน โครงสร้างเป็นศิลาแลงประดับปูนปั้น สร้างขึ้นในรัชสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เพื่อใช้เป็นพุทธสถานในลัทธิวัชรยานประจำเมืองละโว้หรือลพบุรี

พระปรางค์สามยอด
พระปรางค์สามยอด

สัญลักษณ์อีกอย่างหนึ่งในปัจจุบัน ที่อยู่บริเวณพระปรางค์สามยอด ของจังหวัดลพบุรี คือ “ลิง” ซึ่งอาศัยอยู่ที่นี่จำนวนมาก

พระปรางค์สามยอด
พระปรางค์สามยอด

พระปรางค์สามยอด เปิดทำการในวันพุธ-วันอาทิตย์ เวลาเปิดทำการ : 06.00-18.00 น.

ค่าธรรมเนียมเข้าชมสำหรับคนไทย 10 บาท ค่าธรรมเนียมเข้าชมสำหรับชาวต่างประเทศ 50 บาท

หรือ สามารถซื้อบัตรค่าธรรมเนียมเข้าชมแบบรวมทุกสถานที่สำหรับคนไทย 30 บาท สำหรับชาวต่างประเทศ 150 บาท

โดยบัตรค่าเข้าชมแบบรวมนี้สามารถเข้าชม วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ พระที่นั่งไกรสรสีหราช พระปรางค์สามยอด และบ้านหลวงวิชาเยนทร์

การเที่ยวในเมืองลพบุรี สามารถเดินเที่ยวได้อย่างสบายๆ เพราะแต่ละสถานที่ตั้งอยู่ไม่ไกลมากนัก และคนเมืองลพบุรีก็ใจดี สามารถสอบถามเส้นทางได้

เดินชมพระปรางค์สามยอดและกราบไหว้พระกาฬเสร็จแล้ว สถานที่ต่อไปที่จะไปคือ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ มาเดินเที่ยวชมในตอนเย็น แสงแดดเริ่มอ่อน และมีร่มเงา ทำให้เดินเที่ยวได้สบายมากขึ้น

วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ
วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ

วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ตั้งอยู่ตรงข้ามกับสถานีรถไฟลพบุรี บนพื้นที่กว่า 20 ไร่ สร้างในสมัยใดไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัด เป็นโบราณสถาน สถาปัตยกรรมแบบขอมโบราณผสมกับกอธิกแบบฝรั่งเศส

เปิดทำการในวันพุธ-วันอาทิตย์ ระหว่างเวลา 07.00 – 17.00 น. มีค่าเข้าชม 10 บาทสำหรับคนไทย และสำหรับชาวต่างชาติ มีค่าธรรมเนียม 50 บาท

วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ

เมื่อเข้าไปในบริเวณวัด จะพบศาลาเปลื้องเครื่อง เป็นอันดับแรก ศาลาเปลื้องเครื่องนี้ใช้เป็นที่สำหรับพระเจ้าแผ่นดินเปลื้องเครื่องทรงก่อนที่จะเข้าพิธีทางศาสนาในพระวิหารหรือพระอุโบสถ

วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ

ถัดมาเป็นที่ตั้งของพระปรางค์องค์ใหญ่ ก่อด้วยศิลาแลงตั้งแต่ฐานถึงหน้าบัน เหนือขึ้นไปก่อด้วยอิฐจนถึงยอดประดับด้วยลวดลายปูนปั้นอันงดงาม

หมดเวลาเที่ยวสำหรับเมืองลพบุรีในวันนี้แล้ว เตรียมตัวเดินทางกลับกรุงเทพฯ ด้วยรถไฟ ชั้นสอง แบบปรับอากาศ

นั่งรอรถไฟจากสายเหนือ กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ มาเทียบชานชลา

บรรยากาศภายในรถไฟปรับอากาศชั้น 2 ที่นั่งสบาย แอร์เย็น มีอาหารมาเสริฟ

ข้อดีของการนั่งรถไฟกลับในตอนเย็น คือได้ชมวิวพระอาทิตย์ตกดินที่สวยมาก หากได้นั่งริมหน้าต่างทางด้านขวามือ

RELATED ARTICLES

ร้านอาหารทะเลย่านถนนบางขุนเทียน-ชายทะเล รีวิวครัวคุณหน่อย ซีฟู้ด

ถนนบางขุนเทียน-ชายทะเล มีร้านอาหารทะเลตั้งเรียงรายอยู่ริมถนนมากมายหลายร้านให้เลือก สำหรับคนกรุงเทพฯ แล้ว การจะมาทานอาหารทะเลสดๆ ใหม่ๆ มาย่านบางขุนเทียนคงจะใกล้ที่สุด เพราะเพียงขึ้นทางด่วนมาใช้เวลา ราวๆ ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงก็มาถึงแล้ว เส้นทางก็มาง่ายมาก ขับตรงมาจากเส้นพระรามสอง เมื่อถึงเขตจังหวัดสมุทรสาครจะมีป้ายบอกทางให้ขับมาตามป้ายบอกทางมาที่บางขุนเทียน-ชายทะเล ซึ่งอยู่ฝั่งซ้ายมือ ให้เลี้ยวซ้ายเข้ามายังถนนบางขุนเทียน-ชายทะเล เมื่อขับตรงไปเรื่อยๆ ก็จะเจอร้านอาหารมากมายให้เลือก สำหรับวันนี้มีโอกาสได้เดินทางมาที่ถนนบางขุนเทียน-ชายทะเล เลยได้มาลองทานอาหารที่ครัวคุณหน่อย ซีฟู้ด ซึ่งเป็นร้านใหญ่ตั้งโดดเด่นอยู่ฝั่งซ้ายมือติดริมถนนบางขุนเทียน-ชายทะเล และมีที่จอดรถกว้างขวาง สะดวกสะบายไม่ต้องกังวลใจกับการหาที่จอดรถเลย บรรยากาศภายในร้าน ร้านค่อนข้างใหญ่ มีโต๊ะที่นั่งเยอะ ทั้งที่เป็นซุ้มๆ และที่นั่งธรรมดาในร้าน แล้วแต่จะเลือกได้เลย เป็นอีกร้านที่สามารถเว้นระยะห่าง จากคนอื่นๆ ได้เป็นอย่างดี ไม่ต้องกังวลความแออัด ทั้งนี้ยังมีมุมให้ถ่ายรูปสวยๆ อีกด้วย บรรยากาศของร้านรอบล้อมด้วยป่าชายเลนและมีน้ำล้อมรอบ บรรยากาศสบายๆ มีลมพัดตลอด มีพัดลมให้ทุกซุ้ม เมื่อมาถึงก็ไม่รอช้าสั่งอาหารกันเลย วันนี้สั่งไป 3 อย่างคือ ข้าวผัดปู หอยหลอดผัดฉ่า…

รีวิวคาเฟ่นครปฐม ร้าน The Three Little Pigs Farm

ร้าน The Three Little Pigs Farm เป็นร้านคาเฟ่ย่านสามพราน จ.นครปฐม ในบรรยากาศสวนสวยร่มรื่นเป็นธรรมชาติ มีที่นั่งริมร่องน้ำกลางสวน โดยนำพื้นที่ของสวนพื้นที่กว่า 6 ไร่มาปรับปรุงเป็นร้านอาหารและร้านกาแฟ เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 9.00 – 21.00 น. การเดินทาง ร้าน The Three Little Pigs Farm การเดินทางไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ตั้งอยู่ในซอยทองดี (ติดถนนเส้นหลัก) ถนนเพชรเกษมฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯ อยู่ทางด้านซ้ายมือ จากปากซอยขับรถตรงไปในซอยประมาณ 500 เมตรจะมีป้ายร้านเลี้ยวขวาเข้าไปอีกประมาณ 100 เมตร ร้านจะอยู่ทางด้านซ้ายมือ สามารถตั้งพิกัด Google map นำทางมาได้มีพื้นที่จอดรถหน้าร้านได้ประมาณ 10-15 คัน ร้าน The…

วิธีเดินทางไปไอคอนสยาม(ICONSIAM) โดยบริการรถไฟฟ้าบีทีเอส สายสีทอง

ไอคอนสยาม (ICONSIAM) เป็นศูนย์การค้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ประกอบด้วยร้านค้า Luxury Brand ร้านค้าแฟชั่น ร้านสินค้าเทคโนโลยี ห้องแสดงรถยนต์ และร้านอาหาร และอาคารชุดเพื่อพักอาศัย 2 อาคาร ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นตึกที่สูงที่สุดในประเทศไทย การเดินทางมาไอคอนสยาม (ICONSIAM) นั่งรถไฟฟ้าบีทีเอสสายสีเขียว(BTS) ปลายทางบางหว้า มาลงที่สถานีกรุงธนบุรี ซึ่งเป็นสถานีเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีทอง 2. เมื่อลงมาจากสถานีกรุงธนบุรี ให้เลือกออกทางออกที่ 3,4 แล้วเดินตรงไปทางฝั่งซ้ายมือ ซึ่งเป็นทางเชื่อมต่อเพื่อไปขึ้นรถไฟฟ้าบีทีเอสสายสีทอง 3. ใช้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอสสายสีทองมาลงที่สถานีเจริญนคร จากสถานีกรุงธนบุรีมาที่สถานีเจริญนคร มีค่าโดยสาร 15 บาท รถไฟฟ้าบีทีเอสสายสีทอง ให้บริการ 3 สถานีด้วยกันคือ สถานีกรุงธนบุรี สถานีเจริญนคร และ สถานีคลองสาน 4. เมื่อมาถึงสถานีเจริญนคร ให้เลือกออกทางออก 2,3 จะมีทางเชื่อมเข้าไปยังห้างไอคอนสยาม…

ประวัติน่ารู้ขององค์พระปฐมเจดีย์ จ.นครปฐม

องค์พระปฐมเจดีย์ ตั้งอยู่ที่วัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร ถนนเทศา ตำบลพระปฐมเจดีย์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม ซึ่งเป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรมหาวิหาร มีพระพุทธรูปสำคัญคือ พระร่วงโรจนฤทธิ์ องค์พระปฐมเจดีย์ มีรูปเจดีย์ทรงลังกาแบบสุโขทัย สร้างในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว องค์พระปฐมเจดีย์ เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางเมื่อมาเยือนจังหวัดนครปฐม ถือเป็นสัญลักษณ์ที่โดดเด่นของจังหวัดนครปฐมและเป็นสถานที่สำคัญทางศาสนาของชาวพุทธ ประวัติองค์พระปฐมเจดีย์ องค์พระปฐมเจดีย์ เป็นปูชนียสถานที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย สร้างในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราชซึ่งได้ส่งสมณฑูตมาประกาศพระพุทธศาสนา นักปราชญ์ทางโบราณคดีมีความเห็นตรงกันว่า พระโสณะเถระ และพระอุตระ ซึ่งเป็นสมณฑูตได้เดินทางมาตั้งหลักฐานการประกาศพุทธศาสนาที่นครปฐมเป็นครั้งแรกในราวพุทธศตวรรษที่ 3 แต่เดิมสร้างเป็นพระสถูปโบราณทรงบาตรคว่ำแบบเจดีย์อินเดีย และต่อมาได้เปลี่ยนแปลงรูปแบบปฏิสังขรในสมัยรัชกาลที่ 4 สมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อพระองค์ทรงผนวชและได้ธุดงค์มานมัสการองค์พระเจดีย์ องค์พระเจดีย์องค์เดิม ยอดปรางค์สูง 42 วา เมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงลาผนวช ได้ทรงเสวยราชสมบัติในราว พ.ศ.2396 ทรงโปรดให้ก่อสร้างพระเจดีย์ใหญ่หุ้ม องค์เดิมไว้ให้สูง 120 เมตร พร้อมสร้างวิหารทิศและคต พระระเบียงโดยรอบ งานไม่ทันแล้วเสร็จพระองค์ก็เสด็จสวรรคต ต่อมาในสมัยรัชกาลที่…

Leave a Reply

google.com, pub-2053835749703173, DIRECT, f08c47fec0942fa0