tiewgan.com

Think about Travel Think of Tiewgan.com

บางกระเจ้า (บางกะเจ้า) เป็นเกาะเทียมที่เกิดจากคุ้งแม่น้ำเจ้าพระยา พื้นที่คุ้งบางกระเจ้ามีรูปร่างคล้ายบ่วงและมีลักษณะเป็นเกาะล้อมรอบด้วยแม่น้ำเจ้าพระยา ได้รับการเรียกขานว่า กระเพาะหมู โดยมีคลองลัดโพธิ์เชื่อมแม่น้ำทางทิศตะวันตก บางกะเจ้าตั้งอยู่ทางตอนใต้ของกรุงเทพมหานคร ในอำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ และเนื่องจากที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากอ่าวไทย ทำให้ได้รับอิทธิพลจากระดับน้ำทะเลขึ้นลง เกิดเป็นระบบนิเวศน์ 3 น้ำ คือน้ำจืด น้ำเค็ม และ น้ำกร่อย กลายเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำขนาดใหญ่ที่อุดมสมบูรณ์และมีความหลากหลายของสังคมพืชและสัตว์สูง นับเป็นพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ของคนเมือง ที่สำคัญอีกแห่งหนึ่ง

ประวัติความเป็นมาตำบลบางกะเจ้าสันนิษฐานจากคำว่า “กะเจ้า” ซึ่งหมายถึง “นกยูง” หรือ “นกกระยาง” มาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากในพื้นที่ หรือตามที่ชาวบ้านเล่าว่า มีผู้หญิงไว้ผมมวยสูงรัดเกล้าซึ่งเป็นเหล่าขุนนาง ได้อพยพข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาจากฝั่งพระนครมาอาศัยอยู่ในพื้นที่ริมคลอง ชาวบ้านจึงเรียกพื้นที่กลุ่มชนนี้ว่า “บางบ้านเจ้า” หรือ “คลองรัดเกล้า” และเมื่อเวลาเปลี่ยนไป “บางรัดเกล้า” หรือ “บางบ้านเจ้า” จึงเปลี่ยนเป็น “บางกะเจ้า”

บางกระเจ้า (บางกะเจ้า) หรือที่เรียกกันว่า กระเพาะหมู
บางกระเจ้า (บางกะเจ้า) หรือที่เรียกกันว่า กระเพาะหมู

การเดินทางมาที่บางกระเจ้า (คุ้งบางกะเจ้า)

การเดินทางโดยรถไฟฟ้าบีทีเอส (BTS) เป็นการเดินทางที่สะดวกที่สุดสำหรับคนที่ไม่มีรถยนต์ส่วนตัว โดยนั่งรถไฟฟ้าบีทีเอสสายสีเขียว มาลงที่สถานีบางนา เลือกออกทางออกที่ 2 (วัดบางนาใน) เมื่อลงมาจากสถานีบีทีเอส นั่งวินมอร์เตอร์ไซด์ ไปที่ท่าเรือวัดบางนานอก (หรือแจ้งว่าไปท่าเรือข้ามฟากไปบางกระเจ้า) ค่าบริการ 20 บาท แล้วต่อเรือข้ามฟากไปบางกระเจ้า ค่าเรือ 4 บาท/เที่ยว

หรือ หากขับรถยนต์ส่วนตัวมา ให้ขับมาที่เส้นทางถนนสุขสวัสดิ์ ถึงสามแยกพระประแดง เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนน นครเขื่อนขันธ์ระยะทาง 1 กม. จะถึงบริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอพระประแดง เลี้ยวซ้ายและใช้เส้นทางถนนเพชรหึงษ์ระยะทาง 5 กม. แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าซอยวัดราษฎร์รังสรรค์ ประมาณ 200 เมตร จะเข้าเขตตำบลบางกะเจ้า

(BTS Bang Na)  รถไฟฟ้าบีทีเอสสถานีบางนา
(BTS Bang Na) รถไฟฟ้าบีทีเอสสถานีบางนา
Exit no.2  เลือกออกทางออกที่2
(Exit no.2 ) เลือกออกทางออกที่2
ท่าเรือข้ามฟากวัดบางนานอก
ท่าเรือข้ามฟากวัดบางนานอก
ท่าเรือวัดบางน้ำผึ้งนอก
ท่าเรือวัดบางน้ำผึ้งนอก
ค่าเรือข้ามฟากจากท่าเรือบางนานอก มาที่ท่าเรือวัดบางน้ำผึ้งนอก 4 บาท/เที่ยว
ค่าเรือข้ามฟากจากท่าเรือบางนานอก มาที่ท่าเรือวัดบางน้ำผึ้งนอก 4 บาท/เที่ยว (จ่ายฟากท่าเรือวัดบางน้ำผึ้งนอก)

เมื่อข้ามฟากมาที่วัดบางน้ำผึ้งนอกแล้ว จะเห็นได้ว่ามีบริการให้เช่าจักรยานอยู่หลายร้านด้วยกัน ซึ่งเป็นกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวนิยมใช้ในการเดินทางเมื่อมาเที่ยวที่คุ้งบางกระเจ้าแห่งนี้ วันนี้เราเลือกร้านลุงจวบ ซึ่งมีค่าบริการเช่ารถจักรยานอยู่ที่คันละ 50 บาท/1 วัน โดยมีน้ำเปล่าแจกให้ 1 ขวด เมื่อจ่ายเงิน และมีน้ำมะพร้าวให้อีก 1 ลูก ตอนที่เอาจักรยานมาคืน

จากร้านลุงจวบ ปั่นจักรยานตรงไป
จากร้านลุงจวบ ปั่นจักรยานตรงไป

ได้จักรยานแล้วเริ่มต้นปั่นจักรยานเที่ยวกันเลย ปั่นออกจากวัดบางน้ำผึ้งนอก ให้เลี้ยวซ้ายมือ ปั่นไปเรื่อยๆ ก็จะเจอสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ เรียงรายกันไป

ออกจากวัดบางน้ำผึ้งนอก เลี้ยวซ้ายมือเมื่อเจอทางออกประตูวัด
ออกจากวัดบางน้ำผึ้งนอก เลี้ยวซ้ายมือเมื่อเจอทางออกประตูวัด
ตอบโจทย์ทุกความต้องการ กับบัตร KTC PROUD เป็นทั้งบัตรกดเงินสด และบัตรผ่อนสินค้า 0% นานสูงสุด 24 เดือน
สนใจคลิกเลย
https://cl.accesstrade.in.th/0021140011q8

สถานที่แรกที่ปั่นมาเจอคือบ้านธูปหอมสมุนไพร ซึ่งเป็นวิสาหกิจชุมชน ซึ่งมีกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวได้ทำหลายอย่างด้วยกันเช่น ทำธูปหอมสมุนไพรไล่ยุง ทำผ้ามัดย้อมเย็น ทำผ้ามัดย้อมร้อน ทำขนมไทย ทำพวงมะโหด ทำดอกไม้รีไซเคิล ฯลฯ

บ้านธูปหอมสมุนไพร
บ้านธูปหอมสมุนไพร
กิจกรรมทำผ้ามัดย้อม
กิจกรรมทำผ้ามัดย้อม
กิจกรรมทำธูปหอมสมุนไพรไล่ยุง
กิจกรรมทำธูปหอมสมุนไพรไล่ยุง

จากบ้านธูปหอมสมุนไพร ปั่นจักรยานตรงไปที่ถนนเส้นหลักก็จะเจอตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง ซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่และมีชื่อเสียงในคุ้งบางกระเจ้า ซึ่งเป็นตลาดน้ำที่แสดงถึงวิถีชีวิตของชาวบ้านที่มีความผูกพันอย่างลึกซื้งกับลำคลองและป่าจาก คนในชุมชนได้ร่วมกันจัดตั้งตลาดน้ำบางน้ำผึ้งขึ้นมาเพื่อเป็นสถานที่จำหน่าย สินค้าพื้นบ้าน สร้างอาชีพ และรายได้กลับคืนให้ชุมชน เป็นตลาดที่มีของกิน ของใช้ และอาหารพื้นเมืองจำหน่ายอยู่เยอะมาก

ตลาดน้ำบางน้ำผึ้งเปิดทุกวันเสาร์ – อาทิตย์ และวันนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 8.00-16.00 น.

ทางเข้าตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง
ทางเข้าตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง
ตลาดบางน้ำผึ้ง มีทางเข้าตลาดหลายทางด้วยกัน
ตลาดบางน้ำผึ้ง มีทางเข้าตลาดหลายทาง
ร้านน้ำตาลสดมะพร้าวเจ้านี้หอม หวาน อร่อย ชื่นใจมากจริงๆ
ร้านน้ำตาลสดมะพร้าวเจ้านี้หอม หวาน อร่อย ชื่นใจมากจริงๆ
โซนขายต้นไม้ ที่ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง
โซนขายต้นไม้ ที่ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง

หลังจากเดินชม และซื้อสินค้าในตลาดแล้ว ก็แวะมาดื่มกาแฟที่คาเฟ่ไทยทีค ซึ่งเป็นคาเฟ่ที่สร้างบรรยากาศเรือนไทย ตั้งโดดเด่น ใกล้ๆ ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง

คาเฟ่ไทยทีค
คาเฟ่ไทยทีค
คาเฟ่ไทยทีค
คาเฟ่ไทยทีค
คาเฟ่ไทยทีค
คาเฟ่ไทยทีค
คาเฟ่ไทยทีค
คาเฟ่ไทยทีค
คาเฟ่ไทยทีค
คาเฟ่ไทยทีค

ร้านคาเฟ่ไทยทีคให้บริการ อาหาร กาแฟสด – เค้ก และ จักรยานให้เช่า

เปิดทุกวันเสาร์-อาทิตย์ และวันนักขัตฤกษ์ เวลา 9.00 -17.00 น.

สถานที่ต่อไปที่จะไปปั่นจักรยานก็คือ สวนสาธารณะและสวนพฤกษชาติศรีนครเขื่อนขันธ์ ซึ่งเป็นสวนสาธารณะที่เงียบสงบ เป็นพื้นที่สีเขียว ต้นไม้ร่มรื่น ทางเดิน ทะเลสาบ และจุดชมนก เหมาะกับการปั่นจักรยาน มาพักผ่อนหย่อนใจ และออกกำลังกายสำหรับประชาชน สร้างขึ้นเพื่อให้เป็นแหล่งผลิตอากาศบริสุทธิ์และได้รับการขนานนามว่าเป็นปอดแห่งกรุงเทพ มีเนื้อที่กว่า 148 ไร่

ปั่นจักรยานไปตามป้ายบอกทางตามถนนเส้นหลัก ให้ปั่นจักรยานชิดซ้ายและระมัดระวังรถ ทั้งมอร์เตอร์ไซด์และรถยนต์ เพราะถนนค่อนข้างแคบ ปั่นจักรยานไปเรื่อยๆ ก็จะเจอสวนสาธารณะและสวนพฤกษชาติศรีนครเขื่อนขันธ์

สวนสาธารณะและสวนพฤกษชาติศรีนครเขื่อนขันธ์
สวนสาธารณะและสวนพฤกษชาติศรีนครเขื่อนขันธ์
เส้นทางปั่นจักรยานสวนสาธารณะและสวนพฤกษชาติศรีนครเขื่อนขันธ์
สะพานเขื่อนขันธ์มรรคา
สะพานเขื่อนขันธ์มรรคา
เส้นทางไปหอดูนก
เส้นทางไปหอดูนก
หอดูนก
หอดูนก

ด้วยลักษณะพื้นที่กระเพาะหมู มีลักษณะเป็นชุมชนเมืองผสมผสานกับสวนผลไม้ และมีพื้นที่ติดกับแหล่งน้ำธรรมชาติ ดังนั้นจึงมีความหลากหลายของชนิดนกที่หากินแตกต่างกัน ทั้งนกกินพืช นกกินหนอน นกกินแมลง นกกินสัตว์ขนาดเล็กต่างๆ และนกกินปลา ในกระเพาะหมูจึงเป็นจุดที่น่าสนใจสำหรับกิจกรรมดูนกอีกจุดหนึ่ง

นกที่พบในบางกะเจ้า ได้แก่ นกตะขาบทุ่ง นกกะเต็นอกขาว นกตีทอง นกกินเปลือกเหลือง นกโพระดกธรรมดา นกกระจิบธรรมดา นกกวัก นกกระปูดใหญ่ นกแซงแซวสีเทา นกกางเขนบ้าน นกปรอดหน้านวล นกแซงแซวหางปลา ฯลฯ

บนหอดูนก ถ่ายลงมาด้านล่าง จุดแลนมาร์คที่นักท่องเที่ยวชอบมาถ่ายรูป
บนหอดูนก ถ่ายลงมาด้านล่าง จุดแลนมาร์คที่นักท่องเที่ยวชอบมาถ่ายรูปเพื่อเช็คอินเมื่อมาถึงบางกะเจ้า
คุ้งบางกะเจ้า
คุ้งบางกะเจ้า

หลักจากปั่นจักรยานจนรอบสวนสาธารณะและขึ้นไปบนหอดูนกเสร็จแล้ว ออกจากสวนสาธารณะและสวนพฤกษชาติศรีนครเขื่อนขันธ์ปั่นจักรยานกลับตามเส้นทางเดิม เจอร้านคาเฟ่น่าสนใจอีกร้านนึงคือ ร้าน The Ozone Bangkrajao ซึ่งตั้งอยู่ที่ ซอยเพชรหึง 26 บางกระเจ้า ซึ่งเป็นคาเฟ่ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ อยู่ในสวนมะพร้าว มีสัตว์เลี้ยงต่างๆ ให้ชม มีอาหารและเครื่องดื่มราคาไม่แพง จบทริปที่ ร้าน The Ozone Bangkrajao ก่อนปั่นจักรยานกลับกรุงเทพฯ

ประวัติคุ้งบางกะเจ้า (บางกระเจ้า)

คุ้งบางกะเจ้า (บางกระเจ้า) สมัยโบราณ บ้างเรียกว่า คุ้งข้าวเหนียวบูด เพราะการเดินเรืออ้อมคุ้งเสียเวลาเป็นวัน พระเจ้าอยู่หัวท้ายสระแห่งกรุงศรีอยุธยาจึงโปรดเกล้าฯ ให้ขุดคลองลัดโพธิ์เพื่อล่นระยะทาง ต่อมาในปี พ.ศ. 2358 พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยโปรดเกล้าให้สร้าง เมืองนครเขื่อนขันธ์ ขึ้นเป็นหัวเมืองหน้าด่านป้องกันข้าศึกที่คลองลัดโพธิ์และคลองลัดหลวง สร้างป้อมปราการเก้าป้อมและอพยพชาวมอญมาตั้งบ้านเรือนอยู่ร่วมกับชาวมุสลิมและชาวไทยพุทธที่อาศัยอยู่ก่อน ชื่อหมู่บ้านจึงเป็นภาษามอญ เช่น ตำบลทรงคะนอง สมัยต่อมามีการจัดระเบียบการปกครองหลายครั้ง เมืองนครเขื่อนขันธ์จึงกลายมาเป็น อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ในปัจจุบัน

คุ้งบางกะเจ้ามีเนื้อที่ 11,818 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 6 ตำบล ได้แก่ บางน้ำผึ้ง บางยอ บางกระสอบ บางกะเจ้า บางกอบัว และทรงคะนอง

RELATED ARTICLES

ไหว้พระ 9 วัด วัดเก่าแก่สำคัญที่ต้องไปเมื่อไปเที่ยวเมืองน่าน

จังหวัดน่าน เป็นจังหวัดเล็กๆ ที่อยู่ทางภาคเหนือของประเทศไทย ซึ่งเป็นอีกจังหวัดนึงในภาคเหนือที่มีกระแสการท่องเที่ยวยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติในตอนนี้ จังหวัดน่านมีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ มีเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมความเป็นล้านนา มีความเป็นอยู่เรียบง่าย ผู้คนพื้นที่ใจดีมีความเป็นมิตร รวมทั้งมีภูมิทัศน์ธรรมชาติที่สวยงาม ล้อมรอบด้วยภูเขา และทุ่งนาเขียวขจี จังหวัดน่านแบ่งเขตการปกครองเป็น 15 อำเภอ ได้แก่ 1. อำเภอเมืองน่าน 2. อำเภอแม่จริม 3. อำเภอบ้านหลวง 4. อำเภอนาน้อย 5. อำเภอปัว 6. อำเภอท่าวังผา อำเภอเวียงสา 8. อำเภอทุ่งช้าง 9. อำเภอเชียงกลาง 10. อำเภอนาหมื่น 11. อำเภอสันติสุข 12. อำเภอบ่อเกลือ 13. อำเภอสองแคว 14. อำเภอภูเพียง 15. อำเภอเฉลิมพระเกียรติ มีคำขวัญประจำจังหวัดคือ…

พระประจำวันเกิดของคนเกิดทั้ง 7 วัน พร้อมคาถาสวดบูชา

การสวดบูชาพระประจำวันเกิด เชื่อว่าจะทำให้ชีวิตมีความรุ่งเรือง มีความเป็นสิริมงคล ช่วยป้องกันขจัดปัดเป่าเรื่องร้าย ๆ ให้กลายเป็นดีได้ พระประจำวันเกิดทั้ง 7 วัน ได้แก่ พระประจำวันอาทิตย์ พระปางถวายเนตร มีกำลัง 6 ความเป็นมา เมื่อครั้งพระบรมศาสดาได้ตรัสรู้พระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณแล้วก็ได้ประทับเสวยวิมุตติสุข (สุขอันเกิดจากความสงบ) อยู่ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ เป็นระยะเวลา 7 วัน จากนั้นได้เสด็จไปประทับยืน ณ ที่กลางแจ้งทางทิศอีสานของต้นพระศรีมหาโพธิ์ ทอดพระเนตรต้นพระศรีมหาโพธิ์โดยไม่กระพริบพระเนตรเลยระยะเวลา 7 วัน ซึ่งสถานที่ประทับยืนนี้ได้มีนามปรากฏว่า “อนิมิสเจดีย์” มาจนปัจจุบัน เป็นเหตุแห่งการสร้างพระพุทธรูปปางนี้เรียกว่า ปางถวายเนตร บทสวดมนต์บูชาพระประจำวันเกิด สำหรับคนเกิดวันอาทิตย์ ปางถวายเนตร สวดวันละ 6 จบ อุเทตะยัญจักขุมา เอกะราชา หะริสสะวัณโณ ปะฐะวิปปะภาโสตัง ตัง นะมัสสามิ หะริสสะวัณณัง…

ท้าวเวสสุวรรณ วัดบ่อทรัพย์ จังหวัดสงขลา มีอายุเก่าแก่เกือบร้อยปี

ท้าวเวสสุวรรณเป็นเทพแห่งความมั่งคั่งร่ำรวย เป็นเทพอสูรที่มีอำนาจปกปักรักษา เป็นจ้าวแห่งภูติผีปีศาจ มีอำนาจปกป้องจากสิ่งชั่วร้าย เป็นหนึ่งในท้าวจตุโลกบาล เป็นเทพเจ้าแห่งยักษ์และหนึ่งในจาตุมหาราช ผู้คุ้มครองและดูแลโลกมนุษย์ สถิตอยู่บนสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา เป็นเทพที่ปกครองดูแลอยู่ทางด้านทิศเหนือ องค์ท้าวเวสสุวรรณ ที่จังหวัดสงขลา ตั้งอยู่ที่วัดบ่อทรัพย์ หมู่ที่ 2 ต.หัวเขา อ.สิงหนคร จ.สงขลา วัดบ่อทรัพย์เป็นวัดที่เก่าแก่แห่งหนึ่งของจังหวัดสงขลา สร้างขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2360 สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น จากรูปแบบสถาปัตยกรรมสามารถสันนิษฐานได้ว่าวัดแห่งนี้นั้นน่าจะเป็นวัดสำคัญอีกแห่งหนึ่งในสมัยที่เมืองสงขลาตั้งเมืองอยู่บริเวณฝั่งแหลมสน หรือฝั่งอำเภอสิงหนคร โดยตามตำนานกล่าวกันว่า ที่บ่อทรัพ์แห่งนี้นั้น มีทรัพย์สินอยู่จึงได้เรียกว่า บ่อทรัพย์ หรืออีกอย่างหนึ่งคือ บ่อน้ำแห่งนี้นั้นน้ำไม่เคยเหือดแห้ง มีน้ำกินน้ำใช้ตลอดทั้งปี จึงเรียกว่าบ่อซับ ซึ่งมาจากซับน้ำ และเรียกเพี้ยนกันไปจนกลายเป็น บ่อทรัพย์ บ่อทรัพย์มีลักษณะเป็นบ่อขนาดใหญ่เป็นบ่อลักษณะเป็นวงกลมตั้งอยู่ข้างหน้าวัด มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 7 เมตร “บ่อซับ” เป็นบ่อน้ำที่ซึมซับน้ำที่ลงมาจากภูเขาอันเป็นที่มาของชื่อ “วัดบ่อทรัพย์”น้ำในบ่อมีลักษณะใสสะอาด มีสีมรกต ในอดีตมีความเชื่อกันว่าน้ำจากบ่อซับนั้น เป็นที่เลื่องลือในการรักษาโรค…

เที่ยวหมู่เกาะสิมิลันกับ SeaStar 1 วันไปเช้าเย็นกลับ ออกเดินทางจากภูเก็ต

หมู่เกาะสิมิลัน เป็นหมู่เกาะที่อยู่ในทะเลฝั่งอันดามัน ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ตั้งอยู่ที่ จ.พังงา สามารถไปขึ้นเรือเพื่อไปท่องเที่ยวที่หมู่เกาะสิมิลันได้ที่ท่าเรือทับละมุ จ.พังงา ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเดินทางไปท่องเที่ยวทะเลฝั่งอันดามัน จะเริ่มตั้งแต่เดือน ธันวาคม ถึงเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นช่วงที่ฝั่งทะเลอันดามันมีความสวยงาม อากาศดี ท้องฟ้าแจ่มใส ไม่มีฝน การเดินทางท่องเที่ยวไปหมู่เกาะสิมิลันสามารถเดินทางได้จาก จ.พังงา จ.ภูเก็ต และ จ.กระบี่ การเดินทางมาเที่ยวหมู่เกาะสิมิลัน ครั้งนี้มาเที่ยวในวันหยุดเสาร์อาทิตย์ และจะพักในเมืองเก่าภูเก็ต เป็นการมาเที่ยว 2 วัน 1 คืน ในช่วงต้นเดือนมีนาคม เริ่มต้นออกเดินทางในเช้าวันเสาร์ เดินทางจากสนามบินดอนเมือง กรุงเทพฯ โดยสายการบินแอร์เอเชีย สู่สนามบินนานาชาติภูเก็ต เที่ยวบินไฟล์ทเช้า มาถึงสนามบินภูเก็ตในช่วงเวลาประมาณ 9.30 น. การเดินทางมาภูเก็ตครั้งนี้เราเลือกนั่งเก้าอี้ริมหน้าต่างแถว F ซึ่งได้เห็นวิวหมู่เกาะพังงาแบบ 360 องศา ส่วนไฟล์ทกลับวันอาทิตย์เลือกไว้เที่ยวบินสุดท้ายคือ 21.40…

google.com, pub-2053835749703173, DIRECT, f08c47fec0942fa0